ับกล้ามาท้าทายต่อสู้กับบุตรสาวผู้เป็นอัจฉริยะของเขา รนหาที่ตาย!
มู่เฉียนซีกล่าว “การประลองครั้งนี้ ข้าเป็นคนเริ่ม ข้าก็จะเป็นคนยุติมันด้วยตัวเอง” เผชิญหน้ากับอวิ๋นเฟิ้งผู้ที่มีพลังวิญญาณมากกว่านางถึงหนึ่งขั้น ทว่า มู่เฉียนซีนั้นยังคงเฉยเมยมาก นางหันไปมองเจ้าสำนักอวิ๋นเยียน และกล่าวว่า “เจ้าสำนักอวิ๋นพูดถูก อัจฉริยะไม่เพียงแต่มีแค่ตระกูลมู่ เพียงแต่ว่า อัจฉริยะของตระกูลมู่ ไม่ใช่อัจฉริยะที่สำนักอวินหยานจะเทียบได้อย่างแน่นอน”
ทันทีที่คำพูดของมู่เฉียนซีจบลง พลังวิญญาณในร่างของนางก็ระเบิดออกมาอย่างสมบูรณ์ จักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้า และพลังที่ระเบิดออกมานั้นแข็งแกร่งกว่าอวิ๋นเฟิ้งมาก
ยาเพิ่มพลังวิญญาณที่ไร้ผลข้างเคียงเม็ดสุดท้าย นางใช้มันแล้ว
นางไม่รู้สึกสิ้นเปลืองเลยที่ใช้ยาวิญญาณเพิ่มพลังที่นี่ เพื่อล้างแค้นให้กับท่านอา ไม่ว่าจะเป็นยาวิญญาณชนิดใด นางไม่รู้สึกสิ้นเปลืองอะไรทั้งนั้น
วันนี้นางจะเอาชนะอวิ๋นเฟิ้งต่อหน้าตัวแทนกองกำลังหลักในเซี่ยโจว และชำระหนี้แค้นเมื่อสามปีที่แล้วให้สิ้น
คนตระกูลมู่ของนาง ใช่ว่าจะมารังแกกันได้ง่าย ๆ และญาติสนิทเพียงคนเดียวของนางในตอนนี้ นางจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายได้แม้แต่น้อย
กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวนั้นของมู่เฉียนซี ทำให้สีหน้าของอวิ๋นเฟิ้งพลันเปลี่ยนไปมาก!
“เป็นไปไม่ได้ เจ้า เจ้าต้องใช้ยาลึกลับเพื่อบีบบังคับพลังวิญญาณให้เพิ่มขึ้นเป็นแน่”
จักรพรรดิแห่