นางจะเอายาวิญญาณซ่อนไว้ในปากเพื่อเตรียมพร้อมในเวลาที่ต้องการใช้มัน
เชียนอ้าวเซี่ยกล่าว “เจ้าสำนักอวิ๋น วาจาเช่นนี้เจ้ายังกล่าวออกมาได้ คิดว่าพวกข้าจะเชื่องั้นเหรอ ? ”
หากพรสวรรค์ของอวิ๋นเฟิ้งต้านสวรรค์เช่นนั้นจริง ป่านนี้พวกศิษย์ปลายแถวของสำนักคงจะทะยานฟ้าไปแล้ว
คนหลายคนก็ไม่เชื่อเช่นกัน ทว่า ที่นี่เป็นถิ่นของสำนักอวิ๋นเยียน พวกเขาไม่อาจปากมากกล่าววาจาล่วงเกินสำนักอวิ๋นเยียนผู้ยิ่งใหญ่ได้
ดวงตาของเจ้าสำนักอวิ๋นเยียนจ้องมองไปที่มูอวู่ซวง “นี่พวกเจ้าคิดว่ามีเพียงมู่อวู่ซวงเท่านั้นเหรอที่มีคุณสมบัติสูง อายุยังไม่ถึงสามสิบปีก็เป็นจักรพรรดิยอดยุทธ์ระดับเก้าได้ เฟิ้งเอ๋อร์บุตรสาวของข้าทำไม่ได้งั้นเหรอ ? คิดจริง ๆ เหรอว่ามีเพียงตระกูลมู่ตระกูลเดียวเท่านั้นที่สามารถเป็นอัจฉริยะได้ ? ”
เจ้าสำนักอวิ๋นเยียนใช้คำพูดที่เฉียบคมเพื่อเก็บงำเกียรติอันจอมปลอมของเขา เชียนอ้าวเซี่ยกล่าวว่า “การประลองครั้งนี้ เสี่ยวซีซีไม่ประลองแล้ว ข้าจะประลองเอง!”
ถึงแม้ว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะเปิดเผยพลังที่แท้จริงออกมา แต่เขาไม่ยอมให้เสี่ยวซีเอ๋อร์ไปเสี่ยงอันตรายเด็ดขาด
แสงสลัววาบผ่านดวงตาของมู่อวู่ซวง เขามองไปที่มู่เฉียนซี มู่เฉียนซีส่งรอยยิ้มผ่อนคลายให้เขา
เจ้าสำนักอวิ๋นเยียนกล่าว “องค์รัชทายาทเซี่ย อย่าได้ล้อเล่นไป องค์รัชทายาทเป็นถึงผู้สูงส่ง หากเป็นได้รับบาดเจ็บขึ้นมา เกรงว่าจะไม่ดี”
เป็นแค่สวะไร้ประโยชน์ กล