ซีอย่างพินิจพิจารณา “ทางที่ดีที่สุดคือเจ้าต้องมีความสามารถอยู่บ้าง มิเช่นนั้นข้าอาจไม่ทันได้ระวังพลั้งเผลอเอาชีวิตของเจ้าเสีย อวู่ซวงคงจะต้องกล่าวโทษข้าเป็นแน่” มู่เฉียนซีขมวดคิ้วเล็กน้อย นางนั้นแทบอดไม่ได้ที่จะจัดการเก็บกวาดหญิงผู้นี้ในทันที
เมื่อได้ยินชื่อท่านอาจากปากของหญิงนางนี้ นางนั้นไม่ชอบใจเลยจริง ๆ
— ฟึ่บ! —
มู่เฉียนซีนั้นยังไม่ทันได้ขยับกาย ทว่าเข็มยากลับพุ่งไปทางอวิ๋นเฟิ้งจากรอบทิศอย่างไม่ปราณี
อว็นเฟิ้งแค่นเสียงเย็นชา “อาวุธลับล้าสมัยจริง ๆ”
ลมกรดก่อตัวขึ้นรอบตัวนาง และได้กวาดเอาเข็มยาของมู่เฉียนซีไปเหมือนดั่งลมแห่งฤดูใบไม้ร่วงพัดกวาดเอาใบไม้ไปก็มิปาน “ผู้มีพลังภูตธาตุวายุ! นึกไม่ถึงเลยว่าคุณหนูใหญ่อวิ๋นเฟิ้งนอกจากเก่งกาจแล้ว นางยังเป็นผู้มีพลังภูตธาตุวายุอีกด้วย ช่างเก่งกาจยิ่งนัก!”
“เดิมทีพลังความแข็งแกร่งของแม่สาวน้อยผู้นั้นก็ห่างชั้นกันอยู่บ้าง แล้วคุณหนูใหญ่อวิ๋นเฟิ้งเป็นผู้มีพลังภูตธาตุวายุอีกด้วย สาวน้อยผู้นั้นไม่สามารถที่จะสู้ได้แน่แล้ว”
“ใช่…”
เมื่ออวิ๋นเฟิ้งได้เผยพลังธาตุของนางออกมา ทุกคนต่างก็พากันกระซิบกระซาบถกเถียงกัน
“ผนึกมังกรวารี!” ลมกรดที่ก่อตัวหมุนเข้ามานั้น ได้ถูกมังกรวารีพุ่งชนเสียสิ้น “ผู้มีพลังภูตธาตุวารี สาวน้อยผู้นั้นเป็นราชาแห่งภูตธาตุวารี” คนผู้หนึ่งกล่าวออกมาด้วยความตกตะลึง
การประลองระหว่างอัจฉริยะผู้มีพลังธาตุทั้งสอง ดูเหมือนว่าการประลองในคร