ั้งนี้จะดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ เหล่าบรรดาผู้มาร่วมชมนั้นล้วนอดตื่นเต้นมิได้
— ปัง! —
นี่เป็นครั้งแรกที่นางทั้งสองได้ปะทะกัน ก็สามารถรู้ได้ถึงพลังความแข็งแร่งของฝ่ายตรงข้ามอย่างพอประมาณ
อวิ๋นเฟิ้งยิ้มเยาะกับตนเอง ราชาแห่งภูตระดับเก้า ข้านั้นรับมือง่ายได้ดายนัก
แส้เงินปรากฏขึ้น พุ่งเข้าหามู่เฉียนซีราวกับงูพิษ เมื่อมันพุ่งเข้าหามู่เฉียนซี ที่รอบด้านนั้นก็ได้มีลมที่คมดุจมีดก่อตัวขึ้นนับไม่ถ้วน และมันได้ฉีกแหวกอากาศพุ่งเข้ามา
การโจมตีที่ดุดันเช่นนี้ จะหลบหลีกอย่างไร ?
เดิมทีนั้นก็ไม่มีทางหลบหลีกได้อยู่แล้ว
“ผุบฝาหลั่งสายฝน!”
มู่เฉียนซีออกกระบวนท่า กระบี่ฝนจำนวนมากก็ได้กระจายร่วงหล่นลงมา ทว่าก็ไม่สามารถที่จะป้องกันคมมีดลมกรดนั้นเอาไว้ได้ ทุกคน ณ ที่นั้นล้วนแต่ถอนหายใจ พลังความสามารถของราชาแห่งภูตนั้น อย่างไรเสียก็ยังอ่อนแอกว่านัก
ในวินาทีแห่งการฆ่าฟันนั้น แสงสีแดงเข้มแสงหนึ่งปรากฏออกมา มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “มังกรเพลิงสังหาร!”
— ตูม! —
พลังอันน่าสะพรึงกลัวทั้งสองปะทะกันเข้าอย่างจัง ทำให้บรรดาผู้คนที่ชมดูอยู่นั้นล้วนเบิกตาโพลง
เงาร่างที่บอบบางทั้งสอง ต่างฝ่ายต่างถอยหลังกันไปหลายก้าว เดิมทีพวกเขาคิดว่ามู่เฉียนซีจะต้องเป็นผู้ที่พ่ายแพ้อย่างแน่นอน ทว่านางกลับสามารถปัดป้องการโจมตีเมื่อครู่ของอวิ๋นเฟิ้งได้ อีกทั้งยังไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย
ดูเหมือนว่าคำกล่าวของรองเจ้าสำนักอวิ๋นเยียนนั้นจะไม่ไ