ตูม! —
เมื่อกระบวนท่าของนางสลายไป มู่เฉียนซีจึงฉวยโอกาสนี้โจมตีสวนกลับทันควัน
“มังกรเพลิงสังหาร!”
— บึ้ม! —
มังกรเพลิงสีแดงพุ่งออกมา ฉับพลันนั้นมีเสียงดังกึกก้องกัมปนาท ทั้งเวทีประลองปรากฏรอยร้าวลึกลงไป ทอดตัวเป็นแนวยาวขึ้น
ต้องทราบก่อนว่าเวทีประลองของสำนักอวิ๋นเยียนทำมาจากหิน ต่อให้เป็นจักรพรรดิแห่งภูตระดับกลาง ๆ ก็ยังยากที่จะทำให้มันแตกออกได้ กระบี่เล่มนั้น ร้ายกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ ?!
ฝุ่นละอองกระจายออกมา เงาร่างสีแดงก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นอย่างช้า ๆ หลังจากที่ฝุ่นผงค่อย ๆ จางและมลายหายไป
ชุดสีแดงยาวนั้นถูกตัดขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อใช้ในงานวันเกิดของนาง แต่บัดนี้มันถูกเผาไหม้ไปมุมหนึ่งแล้ว
ทุกคน ณ ที่นั้นล้วนตะลึง การประลองกันในครั้งนี้ ผู้ที่เสียเปรียบกลับเป็นคุณหนูใหญ่อวิ๋นเฟิ้ง
แส้เงินพุ่งเข้าไปทางมู่เฉียนซีอีกครั้ง นางคิดว่าจะต้องเป็นกระบี่สนิมเขรอะเล่มนั้นเป็นแน่ มิเช่นนั้นแล้ว มู่เฉียนซีที่เป็นเพียงราชาแห่งภูตจะร้ายกาจถึงเพียงนี้ได้อย่างไร …นางจะต้องทำลายกระบี่สนิมเขรอะเล่มนั้นให้ได้
เมื่อร่างของมู่เฉียนซีเริ่มขยับ กระบี่มังกรเพลิงก็เคลื่อนไหวและปะทะพัวพันกับแส้เงินนั้น
ดวงตาของมู่เฉียนซีส่องประกายเย็นวาบขณะคิดในใจ‘คิดที่จะแย่งชิงอาวุธกับข้ารึ ? หึ! รอน้ำตาตกได้เลย!’
มู่เฉียนซีปล่อยพลังวิญญาณทั้งหมดเข้าไปในกระบี่มังกรเพลิง ใช้วิธีที่แข็งกร้าวที่สุดตอบโต้
แน่นอนว่าอวิ๋นเฟิ้งไม่ย