ที่อยู่ตรงหน้าที่มีอายุน้อยกว่านั้น นางรู้ตัวดีว่าช่างห่างชั้นกันเหลือเกิน
อวิ๋นเฟิ้งได้แต่เก็บงำความโกรธเกรี้ยวที่กำลังหมุนตลบเอาไว้ในใจ นางยิ้ม กล่าวขึ้น “เจ้าคือหลานสาวของอวู่ซวง ซีเอ๋อร์…” “อย่ามาเรียกข้าเช่นนั้น เจ้ายังไม่คู่ควร” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างขุ่นเคือง
อวิ๋นเฟิ้งขมวดคิ้ว “อวู่ซวง หลานสาวของเจ้าอวดดีจริง ๆ!”
มู่อวู่ซวงที่เงียบขรึมมานานและไม่เห็นอวิ๋นเฟิ้งอยู่ในสายตา ในที่สุดก็เปิดปากขึ้น “หลานสาวของข้า อวดดีแล้วเจ้าจะทำไมเล่า ? ถึงต่อให้อวดดีมากกว่านี้ นางก็มีข้าคอยปกป้องอยู่”
“งานฉลองวันเกิดของเจ้าในวันนี้ ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ต่อแล้ว!”
อวิ๋นเฟิ้ง “ว่าอย่างไรนะ ?!” มู่เฉียนซีถามขึ้น “หูของคุณหนูใหญ่อวิ๋นเฟิ้งมีปัญหารึ ? พวกเรานั้นมาเพื่อปั่นป่วน บัญชีที่เจ้าติดค้างไว้เมื่อกาลก่อน เจ้าคงไม่สมองเลอะเลือนจนลืมไปแล้วกระมัง!”
“ข้า…”
“ในตอนนั้นมู่อวู่ซวงมีตาหามีแววไม่ กลับไม่ยอมขอแต่งข้า ไม่ยอมมองข้า ข้าจึงทำได้เพียงต้องทำให้ตาเขาบอดก็เท่านั้น แต่ตอนนี้เขาก็หายดีแล้วมิใช่หรือไร ?” อวิ๋นเฟิ้งกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
ทุกคนต่างพากันส่งเสียงเอะอะ นึกไม่ถึงเลยว่าคุณหนูใหญ่แห่งสำนักอวิ๋นเยียนเคยก่อเรื่องนี้ขึ้น
เขาไม่ชอบนางก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่นางกลับทำลายดวงตาของเขาเสีย ช่างเหมาะสมกับความประพฤติที่เป็นอันธพาลตามแบบฉบับของสำนักอวิ๋นเยียนเสียจริง
“ผู้ใดก็ได้มาเอาตัวมู่อวู่ซวง