ไป เตรียมจัดงานแต่งงานเขากับข้า”
ถึงแม้ว่าจะห่างเหินมาเนิ่นนาน แต่นางก็ยังคงไม่ปล่อยวางเช่นเดิม
ในความคิดนาง มู่อวู่ซวงนั้นช่างสมบูรณ์แบบเสียจริง ไม่ว่าชายใดก็ไม่อาจเทียบเทียมได้ วันนี้นางจะต้องครอบครองมู่อวู่ซวงให้ได้
อวิ๋นเฟิ้งมองมู่อวู่ซวงด้วยแววตาปรารถนา
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้นอย่างเย็นชา “อวิ๋นเฟิ้ง เจ้าเลิกคิดเพ้อฝันถึงเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ได้แล้ว เจ้าไม่มองตัวเองบ้างรึว่ามีส่วนไหนของเจ้าที่คู่ควรแกท่านอาเล็กของข้า รูปลักษณ์ก็สู้ท่านอาข้าไม่ได้ พรสวรรค์นั้นยิ่งชัดเจนว่าห่างชั้น” ในขณะนั้น อวิ๋นเฟิ้งถึงกับเป็นใบ้กล่าวอะไรไม่ออก
“ข้าเป็นคุณหนูใหญ่แห่งสำนักอวิ๋นเยียน หากเพียงข้าชอบเข้าแล้ว เช่นนั้นก็หนีไม่พ้นแน่ หากว่าเจ้าอยากมีชีวิตรอดออกไปจากสำนักอวิ๋นเยียน ทางที่ดีที่สุดคือให้มู่อวู่ซวงยอมเสียแต่โดยดี”
มู่เฉียนซี “เจ้าเลิกคิดเรื่องนี้เสียเถอะ! ท่านอาเล็กของข้าไม่แต่งกับเจ้าเป็นแน่ วันนี้ข้ามาอวยพรแก่เจ้า ในขณะเดียวกันก็มาท้าทายเจ้าด้วย”
“ความแค้นในวันนั้น ข้า… มู่เฉียนซีต้องการทวงแค้นของท่านอาเล็กคืนกลับมาด้วยตนเอง คุณหนูใหญ่อวิ๋นเฟิ้ง เจ้ายินยอมรับคำท้าสู้หรือไม่ ?!”
อวิ๋นเฟิ้งยิ้มเยือกเย็น “เจ้าเป็นเพียงสาวน้อยผู้หนึ่ง กลับกล้าที่จะท้าทายข้า ช่างมีความกล้าที่ไม่เลว ข้า…”
ในตอนที่อวิ๋นเฟิ้งกำลังจะตอบตกลงนั้น เจ้าสำนักอวิ๋นเยียนพุ่งออกมาอย่างกะทันหันพร้อมกล่าวขึ้น “ช้าก่อน เฟิ้งเ