าของมู่เฉียนซีเวลานี้ยิ่งเพิ่มความเย็นยะเยือกขึ้นมาอีกหลายส่วน นางนั้นจะต้องทำให้อวิ๋นเฟิ้งเสียใจที่ได้เกิดมาอยู่บนโลกใบนี้
“เริ่มได้!” เจ้าสำนักอวิ๋นเยียนกล่าว
ทันใดนั้น พลังวิญญาณบนร่างของอวิ๋นเฟิ้งพุ่งพรวดออกไป ช่างเป็นพลังที่น่าสะพรึงกลัวสมกับระดับจักรพรรดิอย่างแท้จริง
“นางเป็นจักรพรรดิแห่งภูตจริง ๆ!” “จักรพรรดิแห่งภูตที่อายุสามสิบปี ไม่เสียทีที่คุณหนูใหญ่อวิ๋นเฟิ้งเป็นถึงอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งสำนักอวิ๋นเยียน”
ในขณะเดียวกันนั้น มู่เฉียนซีเองก็ได้นำกระบี่มังกรเพลิงของตนเองออกมา นางก็ไม่ได้ซ่อนเร้นพลังความสามารถของตนเอาไว้เช่นกัน
“โอ้!” เหล่าบรรดาผู้ชมล้วนสูดอากาศเข้าไปในปอดเฮือกหนึ่ง
“ราชาแห่งภูตระดับเก้า เข้าใจอะไรผิดไปหรือไม่! สาวน้อยผู้นี้อายุเพียงไม่เท่าไร กลับเป็นถึงราชาแห่งภูตระดับเก้า!!!”
ขณะนั้นเอง ใครบางคนลอบเอาหินตรวจอายุขึ้นมาวัดอายุมู่เฉียนซีแล้วจึงกล่าวขึ้น “นะ… นางเพิ่งอายุสิบหกปี เพิ่งจะพ้นภาวะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ไม่นาน”
เวลานี้สีหน้าของอวิ๋นเฟิ้งนั้นได้เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ นางที่ฝึกฝนจนได้ก้าวเข้าสู่ขั้นจักรพรรดิแห่งภูตทั้ง ๆ ที่อายุสามสิบปี เมื่อเทียบกับผู้ที่อายุสิบหกปีผู้หนึ่งที่เป็นราชาแห่งภูตระดับเก้าแล้วนั้น เหลืออีกเพียงก้าวเดียว มู่เฉียนซีก็จะเข้าสู่ระดับจักรพรรดิ แต่ทว่าความต่างชั้นระหว่างคนทั้งสองนั้น มิใช่เล็กน้อยเหมือนดั่งก้อนกรวด
เดิมที่ที่อิจฉาอยู