ถึงแม้ว่าอวิ๋นฮุ่ยจะรู้จักสถานะที่แท้จริงของมู่เฉียนซี แต่ก็ถูกเขาใช้เป็นโล่กำบังจนเสียชีวิตลงไปแล้ว จนกระทั่งตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้เลยว่าหญิงสาวที่ได้หม้อเทพนิรันดร์ไปครอบครองผู้นั้น คือมู่เฉียนซีผู้นำตระกูลมู่
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “นาฬิกาทรายนี้ใช้เพื่อคำนวณเวลาตายของคุณหนูใหญ่อวิ๋นเฟิ้ง หวังว่าคุณหนูใหญ่อวิ๋นเฟิ้งยินดีรับมันไว้”
เจ้าสำนักอวิ๋นเยียนโกรธเกรี้ยวขึ้นทันที “เจ้า……นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะกล้าบังอาจมาเหยียบสำนักอวิ๋นเยียนของข้า แถมยังกล้ามากล่าววาจาเช่นนี้อีก!”
น่าหลานอวี้กล่าวแทรกขึ้น “เจ้าสำนัก วันนี้เป็นงานวันเกิดของบุตรสาวท่าน ข้าว่าท่านไม่ควรลงมือกับแขกคนพิเศษในเวลานี้หรอกนะ!”
“คิดจริง ๆ เหรอว่าข้าไม่กล้า ? ” เจ้าสำนักอวิ๋นเยียนจ้องมองมู่เฉียนซีด้วยความโกรธเกรี้ยว
หากไม่ใช่เพราะนางที่ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บจนสาหัส เขาก็คงไม่ต้องเก็บตัวรักษาตัวนานถึงเพียงนี้ นี่ก็เพิ่งออกมาเจอผู้คนได้ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันเอง
ในตอนนี้เอง ชายคนหนึ่งก็เข้ามาซุบซิบข้างหูเจ้าสำนักอวิ๋นเยียน จนในที่สุดเจ้าสำนักอวิ๋นเยียนก็ระงับไฟโทสะลง
นังเด็กผู้นี้เกือบฆ่าเขาตายที่ดินแดนลึกลับในตอนที่ไปแย่งชิงหม้อเทพนิรันดร์ทีนึงแล้ว ไม่ง่ายที่จะต่อกรแน่ ๆ!
เจ้าสำนักอวิ๋นเยียนจ้องมองไปที่นาฬิกาทรายนั้นและกล่าวว่า “ข้าว่า นาฬิกาทรายนี้เป็นนาฬิกาที่คำนวณเวลาตายของเจ้ามากกว่า! งั้นข้าก็จะไม่เกรงใจที่จะรับไว้”
“ข้าก็