่าผู้นำตระกูลสาวผู้นี้มอบสิ่งใดให้ แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่ามู่เฉียนซีจะหยิบนาฬิกาทรายออกมา
“ตระกูลมู่ ตระกูลอะไรกัน! นี่ตระหนี่ถี่เหนียวมากเกินไปอ่ะ! นึกไม่ถึงเลยว่าจะเอานาฬิกาทรายมาเป็นของขวัญได้! ”
เชียนอ้าวเซี่ยกล่าวขึ้นด้วยความไม่พอใจว่า “พวกคนโง่ เจ้ารู้ไหมว่านาฬิกาทรายนี่ทำมาจากหินเคลือบแสงจันทราที่มีค่าที่สุด ส่วนทรายนั่นก็เป็นทรายดาราสวรรค์เชียวนะ! ”
คนเหล่านั้นที่กล่าววาจาดูถูกมู่เฉียนซีต่างก็หุบปากนิ่งเงียบไป
สายตาของพวกเขาจ้องมองไปที่มู่เฉียนซี นี่……นี่ช่างมั่งคั่งเกินไปแล้วจริง ๆ!
เม็ดทรายนั่นเพียงแค่เม็ดเดียว ก็เทียบเท่ากับรายได้หนึ่งเดือนของสำนักพวกเขาแล้ว
ทว่า เอาของล้ำค่าเช่นนั้นมาทำเป็นนาฬิกาทราย แล้วมันจะมีประโยชน์อันใดล่ะ? สู้เอายาวิญญาณมาเป็นของขวัญไม่มีประโยชน์กว่าเหรอ!
เจ้าสำนักอวิ๋นเยียนเดินออกมาพลางกล่าวว่า “ผู้นำตระกูลมู่ช่างมีน้ำใจมากที่มอบของขวัญล้ำค่าเช่นนี้ให้”
ทว่า ในขณะที่เจ้าสำนักอวิ๋นเยียนเห็นหน้ามู่เฉียนซีเข้า เขาก็ตกใจผงะไปทันที “เจ้า? ”
.