ู่ในสถานการณ์ที่มีการลอบสังหารอย่างไม่หยุดหย่อนเช่นนี้ ทว่ามันก็เป็นหลังจากที่ความสามารถของเขาเพิ่มขึ้นจนถึงขั้นราชาแห่งภูตระดับเก้าแล้ว แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดิแห่งภูตระดับสูง พลังที่เขามีเพียงน้อยนิดนั้น ไม่เพียงพอที่จะต่อกรอย่างสิ้นเชิง
แม้แต่กลางอากาศ เขาก็ยังถูกปิดล้อมเอาไว้ และถึงแม้เขาจะมีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่บินได้ เขาก็หนีไปไม่ได้
ดวงตาของเสี่ยวชีฉายแววโหดเหี้ยม เขาชอบวันคืนที่อยู่อย่างอิสระเป็นอย่างมาก แม้จะต้องพลีชีพตายไปพร้อมกับคนเหล่านั้น เขาก็ไม่อยากที่จะถูกพวกนั้นพากลับเข้าไปอยู่ในกรงขังอีกต่อไปแล้ว
“เจ้าหนู เจ้าหนีไม่รอดแล้ว ท่านผู้นำหอนั้นฝึกฝนเลี้ยงดูเจ้ามาอย่างยากลำบาก ใช้ทรัพยากรที่ดีที่สุดของหออสูรทมิฬไปกับเจ้า แต่เจ้ากลับทำตัวใจสุนัขทรยศหออสูรทมิฬเรา เจ้ามันเป็นหมาป่าตาขาวตัวหนึ่งจริง ๆ หากมิใช่ว่าท่านผู้นำหอบอกให้จับเป็นละก็ พวกเราฆ่าเจ้าไปตั้งนานแล้ว!”
— ฟึ่บ! —
ตอนที่พวกเขาก่นด่าเสี่ยวชีอย่างโกรธเกรี้ยวนั้น เสี่ยวชีก็ลงมือ และเมื่อตอนที่เสี่ยวชีได้เริ่มลงมือไปพลันมีลมหนาวพัดกระโชกเข้ามา
— ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! —
เข็มยาจำนวนนับไม่ถ้วนร่วงลงมาดั่งสายฝนโปรย เมื่อเสี่ยวชีได้เห็นการโจมตีที่คุ้นตาเช่นนี้ นัยน์ตาเขาก็ส่องประกายสว่างขึ้นมาทันที มู่เฉียนซีนางมาแล้ว!
เงาร่างสีม่วงปรากฏขึ้นข้างกายของเสี่ยวชี
“มู่เฉียนซี!”
มู่เฉียนซีนั้นเป็นเป้าหมายอันดับต้นของ