ต่แคว้นเฉียนเซี่ยกลับมีศัตรูอยู่รอบด้าน เสด็จแม่ของข้าถูกคนที่ส่งมาจากสำนักอวิ๋นเยียนทำพิษใส่ทรมานจนตาย ใต้หล้านี้จะอยู่อย่างไร้พลังวิญญาณไร้ความแข็งแกร่งไม่ได้”
“ข้าบังเอิญพบเคล็ดวิชาบางอย่างบางที่ซุกซ่อนโดยราชสำนัก มันทำให้อายุขัยของข้าลดลงเหลือเพียงแค่ยี่สิบปี แต่มันทำให้ข้ามีพลังวิญญาณขั้นจักรพรรดิระดับเก้า ข้าคิดว่ายี่สิบปีก็เป็นเวลาที่เพียงพอสำหรับการแก้แค้น และปกป้องเสด็จพ่อของข้าได้ แต่นึกไม่ถึงเลย ว่าข้าจะได้เจอกับเจ้า……”
“เจ้าต่อชีวิตให้กับข้าอีกสามปี แต่ข้ากลับยิ่งละโมบโลภมาก ข้า……”
“เสี่ยวซีเอ๋อร์ ข้าทำผิดต่อเจ้า เจ้าอุตส่าห์พยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะต่อชีวิตให้ข้า แต่ข้ากลับทำลายตัวเอง! ”
ใช่ เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเสี่ยวซีเอ๋อร์ถึงได้โกรธเขามากมายเช่นนั้น
มู่เฉียนซีกล่าว “รักษาตัวก่อนเถอะ! ส่วนเรื่องทำลายล้างสำนักอวิ๋นเยียนค่อยคิดหาวิธี วันเกิดครบรอบสามสิบปีของอวิ๋นเฟิ้งใกล้จะมาถึงแล้ว! ”
ใบหน้าของเชียนอ้าวเซี่ยฉายแววดีใจขึ้น ถึงแม้ว่าใบหน้าของเสี่ยวซีเอ๋อร์ยังคงเย็นชาอยู่ ทว่า เห็นได้ชัดว่าความโกรธของนางนั้นได้ลดลงมากแล้ว
เชียนอ้าวเซี่ยยิ้มพลางกล่าว “เสี่ยวซีเอ๋อร์ ตอนนี้ข้าได้รับพลังวิญญาณขั้นมหาจักรพรรดิเป็นมรดกจากบรรพบุรุษของข้าแล้ว สำนักอวิ๋นเยียนข้าจัดการคนเดียวได้ เจ้า……”
เขายังพูดไม่ทันจบ มู่เฉียนซีก็พูดตัดบทขึ้นว่า “เชียนอ้าวเซี่ย เจ้าคิดว่ามีแค่เจ้าคนเดียวเหรอ