ดหัวมาก มาดูให้ข้าหน่อยสิว่าข้าจะเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาหายหรือเปล่า”
มู่เฉียนซีกลอกตามองบนพลางกล่าว “เจ้าเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาหายตั้งนานฝแล้ว ยฝังจฝะต้องให้ข้าดูอีกเหรอ? น่าเบื่อ! ”
เชียนอ้าวเซี่ยทำหน้าสับสนมึนงง “ก็จริง! ข้าลืมไปได้ยังไงนะ”
เชียนอ้าวเซี่ยลุกขึ้นและยื่นมือออกมาพลางกล่าว “อวี้ ข้าขอโทษนะ! ” ดูจากภายนอกเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ก้นบึ้งของหัวใจก็ยังมีมารอยู่ สิ่งนี้ไม่ใช่ถูกผู้อื่นควบคุม
เรื่องบางอย่างเกี่ยวเนื่องไปถึงคำว่า ‘อารมณ์ความรู้สึก’ ใช่ว่าบอกให้ควบคุมแล้วจะควบคุมกันได้
น่าหลานอวี้กล่าวอย่างหงุดหงิดว่า “ตอนนี้เจ้ากลับไม่เสแสร้งแล้วเหรอ”
“ข้าเป็นคนใจกว้างต่างหากล่ะ ดีกว่าจิ้งจอกที่หัวสมองเต็มไปด้วยอุบายความคิดไม่ดีอย่างเจ้าเยอะ”
น่าหลานอวี้ยื่นมือไปจับมือเขา แทบอยากจะบีบมือของเขาให้กระดูกออกเป็นเสี่ยง ๆ “ต่อให้อุบายมากแค่ไหน ข้าก็เทียบเจ้าไม่ได้หรอก”
มู่เฉียนซีกล่าว “ในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว งั้นเราไปหาตำหนักปิงเซี่ยหลิงกันเถอะ เจ้าสวะเซี่ย ยังไม่นำทางไปอีก! ”
เชียนอ้าวเซี่ยหรี่ตายิ้มพลางกล่าว “รับด้วยเกล้า ฮูหยินของข้า”
หลังจากผ่านจิตสังหารที่ทำให้รบราฆ่าฟันกันเองแล้ว ต่อจากนี้ก็ยังต้องเจอกับความท้าทายอีก
แต่อย่างไรก็ตาม มู่เฉียนซีสามารถพูดได้เพียงแค่ว่า จักรพรรดิปิงเสว่หลิงตี้ยังอ่อนโยนกว่าหอเทพมาก สิ่งเหล่านี้นับว่าไม่ยากสำหรับนาง
น่าหลานอวี้เป็นนักการค้าที่ล้ำเล