สวะเซี่ยชอบเสแสร้ง แต่ทักษะในการแสดงละครของเขาต่อมู่เฉียนซีและน่าหลานอวี้แย่ลงเรื่อย ๆ ดังนั้นแล้วพวกเขาจึงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
มู่เฉียนซีเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกล่าว “เจ้าสวะเซี่ย ข้ากับน่าหลานอวี้นั้นปกป้องทรัพย์สมบัติล้ำค่าของแคว้นเจ้าก็ลำบากมากแล้ว จากนี้ไปเจ้าจะต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์บ้าง หากไร้ประโยชน์ ก็อย่าได้โทษข้าเมื่อข้าทอดทิ้งเจ้า”“ฮือ… เสี่ยวซีซียังคงโหดเหี้ยมเช่นเคย” เชียนอ้าวเซี่ยกล่าวอย่างเสียอกเสียใจในฐานะองค์รัชทายาทเซี่ยผู้ซึ่งถูกทุกคนแย่งชิงสมบัติของชาติ ประโยชน์เดียวของเขาคือนำทางมู่เฉียนซีรู้สึกหมดหนทาง ความรู้สึกนี้… เหตุใดมันจึงรู้สึกเหมือนกับการเดินทางไปทางทิศตะวันตกนักนะระหว่างทาง มู่เฉียนซีและน่าหลานอวี้ปกป้ององค์รัชทายาทเซี่ยผู้มีสายเลือดสูงศักดิ์ และกําจัดเหล่าปีศาจร้ายไปด้วยเมื่อมาถึงพื้นที่หนึ่ง เชียนอ้าวเซี่ยก็หยุดฝีเท้าลงและกล่าวว่า “เสี่ยวซีซี พวกเราจะไปถึงตําหนักปิงเสว่หลิงในไม่ช้า เส้นทางนี้จะผิดแปลกและอันตรายมาก เจ้ากับอวี้ต้องระวังตัวให้มาก”แม้ว่าความแข็งแกร่งของเชียนอ้าวเซี่ยจะไม่มีเลยจนเรียกได้ว่าเขาไร้ประโยชน์มาก แต่สถานการณ์ในดินแดนลึกลับกลับมีการบันทึกโดยบรรพบุรุษตระกูลเชียนของเขานับไม่ถ้วน มีเพียงผู้สืบทอดสายเลือดสายตรงอย่างเขาเท่านั้นที่จะสามารถมองเห็นได้ก่อนมา เสด็จพ่อของเขาจับเขาและบอกให้เขาจําเนื้อหาที่บันทึกข้างต้น และด้วยสัญชาตญาณของเขา