กใด ๆ เหลือเลย
แต่ละคนนั้นยอมกินยาพิษเข้าไปแต่โดยดี
มู่เฉียนซีกล่าว “เอาล่ะ ทีนี้พวกเจ้าไสหัวไปได้แล้ว ทางที่ดีที่สุดอย่าได้มาตายที่ตรงนี้ มิเช่นนั้นมันจะเป็นการสิ้นเปลืองยาพิษของข้า”
ในขณะที่พวกเขากำลังหลบหนีไปอย่างคล่องแคล่วรวดเร็วนั้น ฉับพลันก็มีคนผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของเชียนอ้าวเซี่ยและจับตัวเชียนอ้าวเซี่ยเอาไว้
สีหน้าของน่าหลานอวี้เปลี่ยนไปอย่างมาก เขาคิดจะลงมือแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
“หัวหน้าน่าหลาน จงอย่าได้ทำอะไรบุ่มบ่าม มิเช่นนั้นคออันสวยงามขององค์รัชทายาทเซี่ย จะขาดสะบั้นเอา!”
มีดสั้นเล่มหนึ่งจี้ไปที่คอของเชียนอ้าวเซี่ย มู่เฉียนซีเงยหน้าขึ้นมองบุรุษชุดดำผู้นั้น คนผู้นี้เป็นยอดฝีมือที่ซ่อนตัวเอาไว้ เขาซ่อนตัวเอาไว้ในความมืด มีแนวคิดที่ว่าตั๊กแตนตำข้าวจ้องจับจักจั่นโดยไม่สนนกเหลืองที่จับจ้อง (เป็นสำนวนจีนที่หมายความว่า เป็นผู้ที่เห็นแต่ประโยชน์เบื้องหน้าเท่านั้น แต่ไม่ระวังภัยในเบื้องหลัง)
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้นอย่างสงบนิ่ง “เจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่ ถึงจะยอมปล่อยตัว ?”
“สายเลือดขององค์รัชทายาทเซี่ยนั้นมีประโยชน์มากมาย แน่นอนว่าข้าคงไม่ยอมปล่อยไปง่าย ๆ ข้าต้องการเพียงให้คุณหนูมู่ปล่อยข้าให้พาตัวองค์รัชทายาเซี่ยออกไปอย่างปลอดภัย ด้วยความสำคัญขององค์รัชทายาทเซี่ย เจ้าก็รู้ว่าข้าคงจะไม่ฆ่าเขามิใช่หรือ ?” บุรุษชุดดำกล่าว
ต้องยอมรับเลยว่าเชียนอ้าวเซี่ยนั้นเนื้อหอมเสียจริง เมื