อนที่มีดสั้นจ่อคอของเขา กลับไม่เห็นวี่แววของความกลัวหรือตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แต่มาตอนนี้อันตรายนั้นมลายหายไปแล้ว เขากลับมีสภาพเหมือนถูกทำให้กลัวจนควบคุมตัวไม่อยู่ และมีอาการร้องหาการปลอบประโลม
ความมีพิรุธนี้ช่างใหญ่หลวงนัก นั่นทำให้น่าหลานอวี้และมู่เฉียนซีล้วนแต่ถลึงตาใส่เขา และกลอกตามองบนอย่างอับจนปัญญา
“เจ้า… พวกเจ้า…” จนกระทั่งตอนนี้ ชายชุดดำนั่นก็ยังไม่รู้ว่ามู่เฉียนซีใช้อาวุธลับใดลอบโจมตีเขา
ในตอนนี้เอง เงาร่างสีขาวปรากฏขึ้นกลางอากาศ มันกำลังทำความสะอาดกรงเล็บที่เต็มไปด้วยเลือดอย่างละเอียดลออ “หึ! ตอนที่ข้าผู้เป็นปู่แมวลอบโจมตี้เจ้านั้น บรรพบุรุษของบรรพบุรุษของเจ้ายังไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นมาเสียด้วยซ้ำ!”
อู๋ตี้นั้นเก็บซ่อนกลิ่นอายของตัวมันเองเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถึงแม้ว่าจะเป็นนักฆ่ามืออาชีพ แต่ก็ยังเทียบกับมันไม่ได้ ความสามารถยังอย่างห่างไกลกันนัก
อู๋ตี้กล่าวขึ้น “เจ้าคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วจริง ๆ แต่ละคนช่างกล้าที่จะเข้ามาแย่งคนงามของนายท่านของข้า คิดจริง ๆ หรือว่าข้านั้นเป็นผู้ที่กินมังสวิรัต”
เสี่ยวหงกล่าวประท้วง “เจ้าแมวโง่ คนงามของนายท่านนั้นมีเพียงผู้เดียว เจ้าอย่าได้นึกว่าเมื่ออยู่ในแดนลึกลับก็จะพูดพร่ำอะไรออกมาก็ได้ ระวังเถอะจะโดน…”
เสี่ยวหงนั้นได้ทำท่าปาดคอประกอบขึ้นมา
อู๋ตี้เองก็รู้สึกเหงื่อตกและเย็นวาบไปทั้งตัว หากว่าบุรุษน้ำแข็งผู้นั้นปรากกตัวอย่างเงียบเชียบ แล้