ช่างไร้เดียงสาเกินกว่าที่ข้าจินตนาการเอาไว้มาก มีแค่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับหนึ่งตัวเดียว”
อย่าว่าแต่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับหนึ่งเลย ต่อให้เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสองก็ไม่อาจช่วยนางได้
“หากตัวเดียวไม่ได้ เช่นนั้นถ้าเพิ่มอีกสักตัวล่ะ! ข้าไม่เชื่อหรอกนะว่าสาวน้อยอย่างเจ้าจะมีความสามารถเลิศล้ำ มีฤทธิ์เดชมากมาย! ”
หลังจากที่เม่ยเอ๋อร์เอ่ยกล่าว ทันใดนั้นชายคนหนึ่งที่ยืนข้างนางก็เรียกหมาป่าดินตัวหนึ่งออกมา ถึงแม้ว่าจะดูแห้งไปหน่อย แต่มันก็เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสอง
เม่ยเอ๋อร์ยิ้มอย่างลำพองใจ “ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้เจ้าจะมีความมั่นใจอยู่แค่ไหน องค์รัชทายาท รีบมากับพวกเราเถอะนะ ข้าไม่อยากทำร้ายท่านโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ”
มู่เฉียนซีพูดจาทำลายความลำพองใจของนางว่า “มีแค่สองตัวก็ทำมาขู่ข้าซะแล้ว ข้าบอกว่าเจ้ามันไร้เดียงสาเกินไปเจ้าก็ไม่ยอมรับสักที เห้อ”
“เสี่ยวหง อู๋ตี้ มาสั่งสอนเจ้าสองตัวนี้สักหน่อยสิ”
ในขณะที่มู่เฉียนซีเรียกสัตว์พันธสัญญาทั้งสองออกมานั้น คนของสำนักอวิ๋นเยียนก็หัวเราะขึ้น
อู๋ตี้เป็นแมวน้อยตัวเล็กขนาดเท่าฝ่ามือซึ่งดูไร้พิษสง มีหางฟูนุ่มและโค้งงออย่างงดงาม นี่เป็นสัตว์เลี้ยงตัวเล็ก ๆ ที่น่ารักและน่าทะนุถนอมมาก ไม่ใช่สัตว์วิญญาณที่จะเอามาต่อสู้
ส่วนหมูน้อยเสี่ยวหงก็ดูเกียจคร้านนัก ตอนนี้กำลังงีบหลับโดยที่ไม่ลืมหูลืมตาเลย สัตว์ตัวเล็ก ๆ สองตัวนี้จะมาสู้กับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ท