มู่เฉียนซีพยายามที่จะออกจากอ้อมกอดของจิ่วเยี่ย แต่กลับถูกเขาดึงตัวกลับไปอย่างรุนแรง
จิ่วเยี่ยกล่าวขึ้นอย่างเย็นชา “เจ้าจะไปไหน ?”
มู่เฉียนซีจนปัญญา และอยากจะกล่าวกับจิ่วเยี่ยจริง ๆ ว่า ‘ช่วยไม่ได้ แต่เจ้าจะต้องเป็นพาหนะของข้าเสียแล้ว’
“จะไปไหนได้อีก ก็ไปหอหมอปีศาจสิ”
ลมหนาวได้พัดผ่านมาสายหนึ่ง ทำให้ชายผู้ที่น่าหวั่นกลัวกับสาวน้อยอัจฉริยะผู้งดงามนั้นได้หายตัวไปต่อหน้าต่อตาของเขาภายในเวลาเพียงชั่วพริบตา เชียนอ้าวเซี่ยมองไปยังทิศทางที่พวกเขาจากไป เรี่ยวแรงทั้งตัวของเขานั้นราวกับโดนดูดเอาไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความโดดเดี่ยวสิ้นหวังอย่างสิ้นเชิง
เชียนอ้าวเซี่ยรู้สึกเย็นยะเยือกอยู่ในหัวใจ การแข่งขันอย่างยุติธรรมอะไรกัน นั่นมันเป็นเพียงการที่เขาหลอกตนเองก็เท่านั้นมิใช่รึ ?
มิเพียงแค่ชายผู้นั้นมีความแข็งแกร่งอย่างมิอาจหยั่งถึงได้ แต่เสี่ยวซีซีเองก็เชื่อมั่นและชอบเขาอย่างที่สุด การพึ่งพากันและกันเช่นนั้น ความเข้าใจกันและกันเช่นนั้น เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน
เชียนอ้าวเซี่ยกลับวังไปอย่างไร้วิญญาณ เดิมทีวันนี้ควรเป็นหนึ่งวันแห่งการไปมาหาสู่กันอย่างมีความสุข แต่มันถูกทำให้วุ่นวายเพราะการปรากฏตัวของจิ่วเยี่ย
“คิดถึงเจ้า” คำสามคำนี้ได้ลอยเข้ามาอย่างเย็นยะเยือก แต่กลับแฝงไปด้วยความอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด “เจ้าก็อยู่ด้วยตลอดมิใช่หรือ ?” มู่เฉียนซีถามขึ้น
“ข้าคิดถึงร่างกายของเจ้า” ดวงตาสีฟ้าที่เยือกเ