ซีผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตระหนกเต็มที่
จิ่วเยี่ยเข้ามาใกล้ ๆ ก่อนจะกล่าวว่า “แต่ว่าข้าหมายความเช่นนั้น” พูดจบเขาก็ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ สายตาของเขาอันตรายและเร่าร้อนจนมู่เฉียนซีกลัวว่าจะถูกจับไปแต่งงาน จากนั้นก็พาเข้าเรือนหอ
“ตอนนี้ข้าเป็นหมอของเจ้า จิ่วเยี่ย เจ้ารักษาอาการป่วยให้หายดีเสียก่อนแล้วค่อยมาหยอกล้อข้าผู้เป็นหมอได้หรือไม่ล่ะ ?” มู่เฉียนซีทําได้เพียงใช้แผนชะลอกําลังทหารเท่านั้น นางยังไม่ได้เพลิดเพลินกับอิสระเลย ยังไม่ได้เดินทางไปทั่วโลกที่แปลกประหลาดแห่งนี้เลย ยังไม่ได้พบพลังวิเศษทั้งหมดเลย และนางยังอยากที่จะพัฒนายาต่าง ๆ อยู่เลย ทว่านางก็ต้องมาผูกชีวิตของตนเองไว้เช่นนี้
จิ่วเยี่ยลูบผมยาว ๆ ของมู่เฉียนซีอย่างช่วยไม่ได้ สตรีผู้นี้ราวกับสายลมที่พัดผ่าน เมื่อจับไว้แน่นขึ้นเท่าใด ก็จะยิ่งทำให้นางหนีไปเร็วขึ้นเท่านั้น เขามีเวลาที่จะทำให้สายลมเบาบางผู้นี้ยอมหยุดอยู่ข้างกายเขาอย่างเต็มใจ …แต่ถึงอย่างไรคําสาปของร่างกายเขาก็เป็นอันตรายที่ซ่อนอยู่ซึ่งต้องกําจัดมันไปให้ได้
สายตาของจิ่วเยี่ยเปลี่ยนไป ในที่สุดเขาก็ให้คําตอบกับมู่เฉียนซีว่า “ได้”
“อืม เป็นเด็กดีว่านอนสอนง่ายจริง ๆ” มู่เฉียนซียิ้มกว้าง ในที่สุดคนไข้ที่ไม่เชื่อฟังคนนี้ก็สงบลงมาเล็กน้อยแล้ว
เด็กดี!
ผู้ที่กล้าพอที่จะพูดคําสองคํานี้กับจิ่วเยี่ยได้ เกรงว่าคงจะมีเพียงมู่เฉียนซีเท่านั้นที่กล้าเอ่ยปากพูด สำหรับจื่อโยว ห