นตรายมาก แม้แต่สำนักอวิ๋นเยียนเองก็ไม่กล้าที่จะฉีกหน้าหอการค้าอันดับหนึ่งอย่างยับเยิน ข้าคิดว่าอวี้ไม่น่าจะมีอันตรายใด”
อวิ๋นหวงแสร้งทำตัวน่ารักน่าเห็นอกเห็นใจต่อหน้าน่าหลานอวี้ แต่จิตใจของน่าหลานอวี้เองก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย เขายิ้มอย่างอ่อนโยนราวกับคุณชายผู้สง่างามและกล่าวขึ้นว่า “น้องสาวตัวน้อย ในเมื่อกลัวเจ็บ ก็ยอมแพ้เสียเถอะ”
“ข้านั้นแพ้ไม่ได้” ดวงตาทั้งสองข้างของอวิ๋นหวงแดงขึ้นมาเล็กน้อย มู่เฉียนซีเหลือบมองไปทางเชียนอ้าวเซี่ยก่อนจะกล่าวว่า “นางก็เป็นผู้ที่มีทักษะการแสดงเหนือผู้อื่นผู้หนึ่ง ไม่แน่ ถ้าหากว่ามีโอกาส เจ้าสามารถขึ้นเวทีประลองไปเล่นกับนางได้”
ร่างของเชียนอ้าวเซี่ยสั่นสะท้าน “ไปแสดงละครกับสตรีปีศาจนั่นน่ะรึ ? เสี่ยวซีซีเจ้าไม่กลัวว่าข้าจะถูกนางหั่นศพเอาหรือ น่ากลัวเกินไปแล้ว ข้าไม่เอาหรอก!”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็คงมีเพียงตัดสินให้รู้แพ้ชนะกันเท่านั้น” น่าหลานอวี้กล่าวสีหน้าขรึม
อวิ๋นหวง “เช่นนั้น พี่ชายน่าหลาน เตรียมรับมือข้าให้ดีก็แล้วกัน”
เวลานี้แสงอันรุนแรงปรากฏขึ้นมา น่าหลานอวี้รู้สึกได้ถึงอันตรายที่ถึงแก่ชีวิตจึงรีบใช้พลังธาตุแสงมาป้องกัน
สตรีที่น่ารักดูไร้พิษสงที่ทุกคนได้เห็นนั้น บัดนี้กลับแบกเอามีดที่มีด้านคมเป็นคมเลื่อยและสูงกว่าตัวของนางเอาไว้ ช่างดูโหดร้ายเสียจนทำให้รู้สึกหนาวไปถึงตับ เย็นไปถึงก้นบึ้งหัวใจ
เป็นอันว่าคนเรานั้น ไม่สามารถดูกันได้แค่ภา