ซี่ย” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างจนปัญญา “ความคิดเองเออเองของเจ้า ช่างดีเยี่ยมเสียเหลือเกิน”
“เชียนอ้าวเซี่ย เหอะ! เจ้านั่นทั้งไร้ค่า ทั้งสวะ ทั้งน่ารำคาญแล้วก็ไม่มีสมอง…”
คุณหนูใหญ่ตวนมู่และท่านหญิงอวี้ล้วนตะลึงตาค้าง หญิงผู้นี้กลับกล่าวเอาเสียองค์รัชทายาทกลายเป็นผู้ที่ไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง
“แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าคิดไปเอง หญิงไร้สมองนั้นคู่ควรกันกับเขา คำชี้ขาดของข้าจบสิ้นแล้ว พวกเจ้าไปได้แล้ว…”
“เจ้า… เจ้า…” เมื่อฟังคำกล่าวของมู่เฉียนซีจบ สีหน้าของท่านหญิงอวี้ก็ดำเสียยิ่งกว่าสีดำที่อยู่ในถาดสีวาดรูปเสียอีก มู่เฉียนซีกล่าว “อย่าสั่นสิ พิษยังไม่ทันออกฤทธิ์เลย เจ้ารออีกสักหน่อยค่อยสั่นก็ไม่สายไป”
“พิษรึ ?” สีหน้าของหญิงสาวทั้งสองเปลี่ยนไปอย่างมาก
มู่เฉียนซีส่ายศีรษะอย่างช่วยไม่ได้แล้วกล่าวขึ้น “แม้แต่โดนพิษเข้าไปพวกเจ้าก็จะไม่รู้ พวกเจ้ายังมีความกล้าที่จะมาเจอข้าอีก ช่างไม่รู้จักความเป็นตายเสียจริง จงค่อย ๆ ซึมซับมันอย่างช้า ๆ สักครา!”
จากนั้น หญิงทั้งสองคนที่อยู่ตรงหน้าก็พบว่าใบหน้าที่สวยงามเหมืนดั่งบุปผาของพวกนางนั้น กำลังผุดเม็ดสีแดงขึ้นบนหน้า และจู่ ๆ ก็เกิดอาการคันอย่างทรมานไปทั้งเรือนร่าง
“คันนัก!”
“คันเหลือเกิน!”
“โอ๊ยคัน! ช่วยด้วย!”
คุณหนูตวนมู่ตวาดใส่มู่เฉียนซีด้วยความโกรธ “มู่เฉียนซี ข้านั้นมาสร้างความลำบากใจให้แก่หมอปีศาจ และก็ไม่ได้ล่วงเกินเจ้า เจ้าก็ก