ตาดูดีแล้วกินได้ไหมล่ะ? แต่ข้านี่ปรุงยาเป็น”
ตั๋วอาหารระยะยาวนี้ของมู่เฉียนซีจวินโม่ซีไม่อาจสูญเสียไปได้ ดังนั้นจวินโม่ซีจึงแย่งชิงความดีความชอบกับเขาอย่างเต็มที่
น่าหลานอวี้ฉลาดมาก เขากล่าวขึ้นว่า “ที่แท้เจ้าก็คือราชาโอสถจวินโม่ซีนี่เอง หัวหน้านักปรุงยาของหอหมอปีศาจ ในหอหมอปีศาจ นอกจากเจ้าของหอหมอปีศาจแล้ว เจ้าเป็นนักปรุงยาที่ฝีมือยอดเยี่ยมที่สุด”
ก็แค่คนงานคนหนึ่งของเสี่ยวซี ยิ่งพูดก็ยิ่งอุกอาจ ทำให้คนเข้าใจผิดได้
เชียนอ้าวเซี่ยก็เข้าใจขึ้นมาแล้ว “ที่แท้ก็เป็นหัวหน้านักปรุงยาของหอหมอปีศาจ เป็นลูกน้องของเสี่ยวซี เจ้าพูดจาก็พูดไม่ชัดเจนเอาซะเลย”
เชียนอ้าวเซี่ยหันไปพูดกับมู่เฉียนซีต่อว่า “เสี่ยวซี เจ้าร่ำรวยปานนั้น เลี้ยงดูข้าเพิ่มสักคนเถอะนะ! ”
สีหน้าของมู่เฉียนซีดำคล้ำ “เชียนอ้าวเซี่ย เจ้าเป็นถึงองค์รัชทายาทแห่งแคว้นเฉี่ยนเซี่ย เจ้าคิดว่าคนอย่างเจ้าจำเป็นต้องให้ข้าเลี้ยงดูเหรอ? คนทั้งแคว้นเฉียนเซี่ยกำลังเลี้ยงดูเจ้าอยู่นะ! ”
เชียนอ้าวเซี่ยกล่าวอย่างออดอ้อน “ก็เค้าอยากให้เสี่ยวซีเลี้ยงดูนี่หน่า ไม่ต้องการคอนอื่นอ่ะ! ”
จวินโม่ซีกล่าว “กะเทยที่ไหนเนี่ย รีบจับตัวกลับไปได้แล้ว! นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้ากระเทยนี่จะเป็นองค์รัชทายาท แคว้นเฉียนเซี่ยมีหวังต้องสูญพันธุ์แน่”
“เจ้านะสิเป็นกะเทย ครอบครัวเจ้านั่นแหละเป็นกะเทย! ”
หลังจากที่โต้เถียงกันไปพักใหญ่ จวินโม่ซีก็กล่าวขึ้นว่า “สาวน้อย ข้าหิวอีก