ทแห่งแคว้นแคว้นหนึ่ง กลับอยากที่จะไปเป็นสามีน้อย เรื่องนี้ต้องทำให้คนในแคว้นเฉียนเซี่ยรู้สึกจิตใจแตกสลายอย่างแน่นอน
มู่เฉียนซีครุ่นคิดอย่างบ้าคลั่ง “ข้าไม่เอา เจ้าเลิกคิดเสียเถอะ” “ฮือ! ข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว” เชียนอ้าวเซี่ยเริ่มโวยวายหมายจะเรียกร้องความสนใจจากมู่เฉียนซี
ทว่านาง… “เจ้าสวะเซี่ย ในเมื่อเจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว เช่นนั้นก็ไปกระโดดน้ำเสียสิ ข้าขอไม่ไปส่งเจ้า”
เชียนอ้าวเซี่ย “ฮือ! เจ้าไล่ข้า เช่นนั้นข้าไปแล้วจริง ๆ นะ”
เชียนอ้าวเซี่ยจากไปแล้ว มู่เฉียนซีไม่สนใจเขา นางต้องเตรียมตัวสำหรับการประลองปรุงยาต่อไป ดังนั้นน่าหลานอวี้จึงมุ่งตามไปทางที่เชียนอ้าวเซี่ยไป แม้ว่าใบหน้าของเขาจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มโล่งใจ แต่ในใจของเขาเป็นทุกข์เหลือจะทน ถ้าหากว่าซีเอ๋อร์มีความรู้สึกต่อเขาละก็… ในตอนนั้นที่อยู่ในแคว้นชิง ตอนที่เขาได้สารภาพกับนาง นางก็คงจะแสดงเจตนาออกมาแล้ว แต่มันไม่มี…
เพราะกลัวว่าเขาจะได้รับความเจ็บปวดจึงได้ปิดบังไว้ตลอดมา จนกระทั่งวันนี้ เมื่อได้รู้ทุกอย่าง เขาก็ยังคงเจ็บปวดอยู่ดี
เชียนอ้าวเซี่ยถามขึ้น “อวี้ เจ้ารู้จักซีเอ๋อร์น้อยมาค่อนข้างนาน เจ้าของเสียงเยียบเย็นผู้นั้นคือใครรึ ?”
“ข้าคุ้นเคยกับเสียงนั้นมาก เป็นชายผู้นั้น”
“แล้วชายผู้นั้นเป็นใคร ?”
“เป็นชายที่พวกเราไม่สามารถไปล่วงเกินเขาได้ ?” น่าหลานอวี้กล่าวอย่างจนปัญญา
“ล่วงเกินไม่ได้ ก็ปล่อยความรู้สึกของตนเองให้