ยิ้มอันน่าดึงดูดให้เห็น
“เจ้า… พวกเจ้าทั้งสองคน…” เมื่อท่านหญิงอวี้ได้ยินเข้า นางรู้สึกคับข้องใจอย่างอดไม่ได้ ราวกับว่าหัวใจจะแตกสลายแล้วตายไปเสียเดี๋ยวนี้ “ท่านพี่เซี่ย ท่านโกหกใช่หรือไม่ ?”
เชียนอ้าวเซี่ยกล่าวขึ้น “เจ้าคิดว่าข้าจะเอาชื่อเสียงของตนเองมาล้อเล่นเช่นนั้นหรือ ?”
มู่เฉียนซีกลอกตา “หืม ?”
น่าหลานอวี้เองก็ถามขึ้นด้วยความร้อนรน “เซี่ย เจ้ากับนางสรุปแล้วอย่างไรกันแน่ ? เจ้า…”
เชียนอ้าวเซี่ยยิ้มเจ้าเล่ห์ “อวี้ เจ้าคิดว่าเช่นไรก็เป็นเช่นนั้นแหละ”
เมื่อเชียนอ้าวเซี่ยกับน่าหลานอวี้มาถึง ก็ได้ผลักดันเอาท่านหญิงอวี้ที่กล่าวาจาอย่างเผ็ดร้อนออกไปอยู่อีกฟากหนึ่ง
ท่านหญิงอวี้กล่าวอย่างไม่เต็มใจว่า “เสียดายที่พี่เซี่ยมั่นใจในตัวของเจ้าเช่นนั้น จนคิดว่าเจ้าจะสามารถคว้าที่หนึ่งมาได้ ปรากฏว่าเพิ่งรอบแรก แม้แต่ในหนึ่งร้อยรายชื่อก็ยังไม่ได้เข้ารอบ เจ้าคิดว่าเจ้าจะสู้หน้าท่านพี่เซี่ยได้รึ ?”
น้ำเสียงของเชียนอ้าวเซี่ยเย็นชา “เจ้าพูดมากเกินไปแล้ว วันนี้เจ้าจงอย่าได้มาปรากฏตัวต่อหน้าของซีเอ๋อร์น้อยจะดีกว่า”
“แต่ว่า…”
“ไม่ว่าซีเอ๋อร์น้อยจะได้อันดับที่เท่าไรก็ตาม ในใจของข้านั้น ความสามารถการปรุงยาของนางถือว่าเยี่ยมยอดอย่างที่สุด”
นี่ไม่ใช่การยกยอคนที่ตนเองชอบอย่างไร้เหตุผลแน่นอน แต่มันคือเรื่องจริงเรื่องหนึ่ง ส่วนเรื่องที่วันนี้ซีเอ๋อร์น้อยแสดงความสามารถออกมาได้อย่างผิดปกติ คงเป็นเพราะ…”
สายตา