จ้องไปที่มู่เฉียนซี มู่เฉียนซีมองมายังชายหนุ่มสองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลมากนัก เสน่ห์ราวกับปีศาจหิมะ อีกคนนึงก็ดูอ่อนโยนราวหยก แต่ละคนก็มีข้อดีที่แตกต่างกันไป
ทว่า ในอีกแง่มุมหนึ่ง คนนึงก็จิตวิปริตบ้า ๆ บอ ๆ อีกคนนึงก็ชอบไม้ป่าเดียวกัน หากสตรีในเซี่ยโจวรู้เข้ามีหวังคงจะอกหักเสียใจน่าดู
น่าหลานอวี้ได้ยินคำพูดนี้ของเชียนอ้าวเซี่ยก็ตกใจผงะไปคู่หนึ่ง เขามองไปที่ร่างของสตรีชุดม่วงนั้น นานแล้วเหมือนกันที่เขาไม่ได้เจอนาง
ทันทีที่เห็นนาง เรื่องราวเหล่านั้นที่เขาสามารถลืมไปได้ก็ได้ปรากฏขึ้นมาในหัวของเขาอีกครา ในชั่วขณะหนึ่งเขาก็รู้สึกเหมือนกับที่เซี่ยได้กล่าวไว้เมื่อครู่ เหมือนว่าดวงใจจะถูกดึงออกไปก็มิปาน
คนผู้นั้นมิใช่มู่ซี ทว่า เป็นมู่เฉียนซี
เชียนอ้าวเซี่ยไม่พอใจเล็กน้อย เขากล่าวว่า “อวี้ นี่เจ้ามัวแต่จ้องมองเสี่ยวซีของข้าทำไม? ข้าจะหึงแล้วนะ”
“ข้าทำไมเหรอ? ”
เชียนอ้าวเซี่ยกล่าวด้วยเสียงขรึมว่า “อวี้ เจ้าบอกข้ามานะ เจ้าชอบเสี่ยวซีใช่หรือไม่? ใช่หรือไม่? ”
“เจ้าจะบ้าหรือไง ข้าชอบมู่ซีต่างหากล่ะ”
“อวี้ เจ้าแน่ใจนะ? แล้วตอนที่ข้าบอกว่าข้าชอบเสี่ยวซี ตอนนั้นเจ้ามีความรู้สึกยังไง? รู้สึกกระวนกระวายใจ ไม่สบายใจใช่หรือไม่ เราเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ข้าเข้าใจเจ้าเป็นที่สุด”
น่าหลานอวี้ผงะไปโดยสมบูรณ์ “เซี่ย นี่เจ้าพูดซี้ซั้วอะไรของเจ้า! ”
“อวี้ ข้าไม่ได้พูดจาซี้ซั้ว อวี้ เจ้าต้องมั่นคงกับหัวใจตัวเ