าบว่าเจ้าชอบอาหารเหล่านี้หรือไม่ ?”
มู่เฉียนซีเองก็ไม่ได้เกรงใจ นางนั่งลงอย่างไม่รีบร้อน และเริ่มขยับตะเกียบ ทว่ายังไม่ทันรอให้มู่เฉียนซีเริ่มกิน ทันใดนั้นก็มีคนผู้หนึ่งบุกเข้ามา
คนผู้นั้นกล่าวขึ้นว่า “อวี้! ได้ยินว่าเจ้าพาคนงามมากินข้าวที่นี่ด้วย เหตุใดจึงไม่พาข้ามาด้วย เจ้ารู้สึกผิดกับข้าบ้างหรือไม่ ?”
เสียงที่มีเสน่ห์นั้นแฝงเข้าไปยังกระดูก ทำให้จิตใจของผู้คนสับสน และทำให้เมื่อได้ยินแล้วรู้สึกเหมือนหัวใจเปราะกรอบไปเสีย
เมื่อมู่เฉียนซีได้เห็นใบหน้านั้น ดวงตานางก็ฉายแววตกตะลึง ชุดขาวทั้งตัว… ผิวขาวราวหิมะ งดงามไปทั้งเรือนร่าง เขาผู้นี้เหมือนดั่งหมาป่าหิมะตัวหนึ่ง
เชียนอ้าวเซี่ย เหตุใดเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ?
น่าหลานอวี้ไม่พูดไม่จา เขาไปขวางที่ด้านหน้าเชียนอ้าวเซี่ยไว้แล้วกล่าวถามขึ้น “เซี่ย เจ้ามาทำไมรึ ?”
เชียนอ้าวเซี่ยยิ้มแย้ม “ข้าได้ยินมาว่าอวี้เอ๋อร์พาบุคคลรูปงามมากินข้าว ข้าจึงมาดูสักหน่อย”
รอยยิ้มและความรู้สึกมากมายทำให้เปลือกตาของน่าหลานอวี้กระตุกอย่างบ้าคลั่ง
แม้โดยปกติแล้วเจ้าหมอนี่จะทำตัวมั่วซั่วเหลวไหล แต่มาตอนนี้มู่ซีอยู่ด้วย เขาจะควบคุมตัวเองหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร ?
เชียนอ้าวเซี่ย “อวี้ เจ้าเป็นอะไรไป ? เจ้าโกรธข้า เจ้าไม่ต้อนรับข้าแล้ว”
น่าหลานอวี้รีบกล่าว “ถ้าหากข้าบอกว่าไม่ต้อนรับเจ้า เจ้าจะไปหรือไม่ ?”
“อวี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้ากล่าววาจาอย่างไม่อ้อมค้อม ยิ่งทำให