ไม่ได้ชอบผู้ชายเลวทรามต่ำช้าที่เอารัดเอาเปรียบเจ้าผู้นั้นไปแล้วหรอกใช่ไหม! ข้าบอกให้เจ้ารู้เอาไว้เลยนะว่าเจ้านั่นอันตรายมากและยากที่จะรับมือด้วย หากเจ้านั่นมาหลอกเจ้า ล้อเล่นกับความรู้สึกของเจ้า ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะวิ่งหนีไปร้องไห้ที่ไหน”
“ช้ากลัวว่าถึงตอนนั้นเจ้าจะแก้แค้นก็คงจะแก้แค้นไม่ได้แล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เจ้าคิดว่าจิ่วเยี่ยเป็นคนเช่นนั้นหรือไง? ”
อาถิงแอบพึมพำในใจว่า ‘ก็จริง เจ้านั่นเป็นถึงราชา คงไม่ล้อเล่นกับความรู้สึกใครเช่นนั้นหรอก แต่ว่า……’
“แต่คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ เจ้าจะมั่นใจได้ยังไงกัน? ”
“อาถิง นี่เจ้ากำลังจะสื่อถึงอะไรกันแน่? ”
“ข้าก็แค่อยากจะบอกเจ้าว่าเจ้าคือคนที่ทำพันธสัญญากับข้า คนที่เจ้าควรจะเชื่อใจมากที่สุดก็คือข้า อย่ามัวแต่หลงใหลคลั่งรักจนให้คนแปลกประหลาดอย่างเจ้านั่นมาวางอำนาจบาตรใหญ่มาแทนที่ข้าได้” อาถิงกล่าวพึมพำ
มู่เฉียนซียิ้มมุมปากเล็กน้อยพลางกล่าว “ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าหน่ะเป็นพันธสัญญาของข้า”
“นอกจากท่านอาของข้า ข้าก็เชื่อใจเจ้าที่สุดแล้ว”
อาถิงกล่าว “อย่างนี้สิค่อยน่าฟังหน่อย”
“อันที่จริงนะ! เจ้ามองผิดไปแค่ครั้งสองครั้งก็ไม่เป็นไรหรอก รอให้พลังของข้ากลับมาแข็งแกร่งเหมือนเดิม ข้าจะจับเจ้าจิ่วเยี่ยบ้านั่นมาต่อยให้เป็นหัวหมูเลย เจ้าจะได้ไม่ต้องไปหลงใหลในความหล่อเหลาของเจ้านั่นอีกแล้ว” อาถิงกล่าวอย่างชอบธรรม
มู่เฉียนซีพยักหน้า “ข้าก็ตั้งตารอให้ถึงวันนั้น