จ้ามันเป็นหญิงบ้า น่ารังเกียจที่สุด” อาถิงบ่นด้วยความโกรธเกรี้ยวจบก็กลับเข้าไปยังมิติและรักษาอาการบาดเจ็บทันที
ตอนนี้พลังของเขายังไม่ได้ฟื้นฟูกลับมาเต็มที่ มิเช่นนั้นแล้วเจ้าปีศาจนั่นคงต้องตายในเงื้อมมือของเขาอย่างน่าสังเวชแน่ ส่วนเจ้านายของเจ้าปีศาจนั่น จะต้องตายยิ่งกว่าน่าสังเวชอีก
“ด้วยกัน! ” หลังจากที่จิ่วเยี่ยฟังคำพูดของมู่เฉียนซีจบ เขาก็พ่นคำออกมาสองคำ
หากไปหอฉงโหลวกับจิ่วเยี่ย โอกาสที่จะทำภารกิจสำเร็จก็เป็นไปได้สูงหน่อย พลังวิญญาณของนางก็จะได้ไม่ลดถอยลง
มู่เฉียนซีกล่าว “ได้สิ! แต่ว่า หากเจ้ามีคนสำคัญที่ต้องรีบไปตามหา ก็ไปก่อนได้เลย”
แขนอันเรียวยาวที่กำลังโอบเอวมู่เฉียนซีอยู่นั้นเพิ่มแรงโอบแน่นขึ้น “ใครก็สำคัญเทียบเจ้าไม่ได้” น้ำเสียงของเขาเย็นชา ตอนที่เขากล่าวคำพูดนี้ออกมา ในบริเวณรอบ ๆ ราวกับมีน้ำแข็งอันเย็นยะเยือกเกาะอยู่ก็มิปาน ไร้ซึ่งความอ่อนโยน แต่กลับเต็มไปด้วยพลังความเด็ดเดี่ยว ไม่อาจให้สอดปากสอดคำได้
มู่เฉียนซีสะดุ้งเล็กน้อย นางรู้สึกเหมือนกับว่าเขาจะจริงจังเป็นพิเศษ
“เข้าใจหรือไม่? ” ไม่ว่าคำตอบของนางคืออะไร แต่ขอเพียงแค่นางรู้เอาไว้ก็พอ
“เข้าใจแล้ว” มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าว แต่ก็ไม่กล้าหันมองหน้าเขาแต่อย่างใด
“ดีมาก! ” จิ่วเยี่ยจ้องมองมู่เฉียนซีอย่างลึกซึ้ง เขายื่นใบหน้าไปใกล้ใบหูของนาง จากนั้นใช้ริมฝีปากกัดติ่งหูนางเบา ๆ และกล่าวอย่างแผ่วเบาว่า “ห้ามลืมเด็ดขาด!