ดูเหมือนว่าจักรพรรดิเซี่ยจะไม่สบายใจเล็กน้อย เขาจึงกล่าวต่อ “จริง ๆ แล้วพระสนมของแคว้นหนานเถิงนางหนึ่งเคยเป็นหนึ่งในนักบุญของเผ่าเทพหนานอู้ ข้าได้ยินมาว่า ชายใดที่เป็นคนแรกของนักบุญผู้นั้น ก็จะสามารถผ่านข้อทดสอบของเจดีย์เทพไปจนถึงชั้นที่สามได้อย่างไร้เงื่อนไข เพราะฉะนั้น……”
มู่เฉียนซีกล่าวแทรกขึ้น “ดังนั้นหนานอินก้คือบุตรสาวของพระสนมนางนั้น”
“ใช่ ฉลาดยิ่งนัก”
“แต่ตอนนี้เจ้าได้ฆ่าหนานอินไปแล้ว ดังนั้นอวิ๋นฮวาก็เลยไม่มีทางลัดนั้นแล้ว”
มู่เฉียนซีผงะไปครู่หนึ่ง “แต่เหมือนว่าหนานเฉากับหนานอินนั้นมีมารดาคนเดียวกัน”
มุมปากของจักรพรรดิเซี่ยกระตุกเล็กน้อย “นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะมีความคิดเช่นนี้ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องเป็นบุตรสาวที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขของนักบุญเท่านั้น”
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าคิดเลยเถิดมากไปแล้ว ข้าก็แค่คิดว่าหนานเฉาเองก็น่าจะมีประโยชน์เหมือนกัน”
จักรพรรดิเซี่ยกล่าวว่า “หนานเฉาน่าจะรู้ว่าเจดีย์เทพอยู่ตรงไหน”
มู่เฉียนซีก็ไม่อยากเสียเวลาพูดจาไร้สาระกับจักรพรรดิเซี่ยมากนัก ตอนนี้รีบตามพวกนั้นไปก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที
ใจกลางดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าเทพหนานอู้มีแท่นบูชาทรงกลมอยู่ หนานเฉากล่าวว่า “ใต้เท้าอวิ๋น พวกเราพักกันตรงนี้ก่อนสักคืนเถอะ วันพรุ่งข้าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเปิดแท่นบูชานี้” สีหน้าของหนานเฉาตอนนี้ไม่ค่อยดีนัก ดูเหมือนว่าการเปิดแท่นบูชานี้ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน