ถึงแม้ว่าอวิ๋นฮวาจะรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรให้หนานเฉาลำบากใจ ครั้นแล้วเขาก็พยักหน้าพลางกล่าว “งั้นพักสักคืนก็แล้วกัน”
ในที่สุดพวกเขาก็หยุดพักคืนหนึ่ง ส่วนมู่เฉียนซีก็จำต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในที่มืด รอให้พวกเขามีความเคลื่อนไหวก่อนค่อยลงมือ
ในยามกลางดึก บริเวณรอบ ๆ มีเพียงเสียงร้องของแมลง ที่นี่คืออาณาเขตของเผ่าเทพหนานอู้ ถึงแม้ว่าที่นี่จะถูกทำลายล้างไปแล้ว แต่สัตว์วิญญาณในป่าหนานอู้ก็ไม่กล้าที่จะเข้ามารบกวนในบริเวณนี้
“แกร๊ก แกร๊ก……” มีเสียงกรอกแกรกดังขึ้นบริเวณข้าง ๆ จากนั้นร่างของคนสามสี่คนก็ปรากฏตัวขึ้น
“คุณชายอวิ๋น หากหนานเฉาเปิดแท่นบูชานั้นไม่ได้เราก็แย่หน่ะสิ ต่อให้เขาเป็นสายเลือดเดียวกัน แต่ก็ไม่บริสุทธิ์อยู่ดี”
อวิ๋นฮวากล่าว “แล้วยังจะมีวิธีไหนอีกล่ะ? ใครใช้ให้หนานซวนผู้นั้นไร้ประโยชน์เช่นนั้นล่ะ แม้แต่คนของตัวเองก็ยังเอาไม่อยู่ ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะไปหาสองแม้ลูกนั่นที่ไหน”
“ตอนนี้เรื่องราวก็มาถึงทางตันแล้ว ไม่อาจเลือกทางที่ดีกว่านี้ได้”
“วันพรุ่ง ต่อให้ต้องใช้เลือดทั้งตัวของหนานเฉา ก็ต้องทำให้เปิดเจดีย์เทพหนานอู้นั้นให้ได้”
“ขอรับ! ”
ฟึ่บ!
ครู่หนึ่งก็มีเสียงเคลื่อนไหวดังขึ้น สีหน้าของอวิ๋นฮวาพลันเปลี่ยนไปทันที เขากล่าวอย่างดุดันว่า “ใคร? ”
ร่างของมู่เฉียนซีกะพริบ และนางก็กระโดดออกไป อวิ๋นฮวาหรี่ตาอย่างอันตรายกล่าว “จับตัวนางไว้! ”
“อ๊า! ” อีกทางด้านหนึ่