ารถเปิดแท่นบูชาได้ มิเช่นนั้นแล้วเขาคงจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
อวิ๋นฮวาหันไปมองมู่เฉียนซีและกล่าวว่า “สาวน้อยซี เจ้าทำให้หนานอินต้องตาย เพราะฉะนั้นเจ้าต้องชดใช้ให้กับข้า”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ข้าทำหนานอินตาย แล้วจะต้องชดใช้ให้เจ้าด้วยอะไร”
“อีกไม่นานเกินรอเจ้าก็จะรู้เอง ปิดผนึกพลังวิญญาณนางให้ข้าเดี๋ยวนี้” อวิ๋นฮวาสั่ง
ในขณะที่พวกเขากำลังจะจับมู่เฉียนซี ทันใดนั้นร่างสีขาวก็พรวดออกมา และได้ใช้กรงเล็บอันแหลมคมข่วนพวกเขาทันที
“อ๊าก! ” คราบเลือดปรากฏขึ้นที่มือของผู้อาวุโสผู้นั้น
“พวกเจ้ากล้าแตะต้องนายท่านของข้าก็ลองดู” อู๋ตี้กล่าวอย่างเย็นชา
อวิ๋นฮวาเหลือบมองแมวน้อยตัวสีขาวราวหิมะตัวนั้น เขากล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสาม นี่คือไพ่เด็ดของเจ้าใช่ไหม? คิดจะหนีเหรอ ฝันไปเถอะ”
ตูม!
อู๋ตี้แปลงร่างเป็นแมวร่างใหญ่ราวภูเขา จากนั้นมันกล่าวอย่างหยิ่งผยองว่า “เจ้าสวะ หากเจ้าคิดหนีตอนนี้ก็ยังทันนะ”
“ข้านะเหรอหนี แม้เจ้าจะเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสาม แต่ข้าก็สามารถจัดการกับเจ้าได้อย่างง่ายดายเลยหล่ะ ลงมือ”
พรวด!
เปลวไฟสีแดงเข้มพุ่งออกมา ทำให้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เผ่าเทพหนานอู้สว่างจ้าขึ้น
“เพลิงเผาสวรรค์! ”
“บังอาจกล้ามาจับนายท่านข้าเหรอ มาดูกัยเลยดีกว่าว่ข้าจะเผาพวกเจ้ายังไง”
“ยังมีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสามอีกตัวเหรอเนี่ย! ” การปรากฏตัวของเสี่ยวหงทำให้อวิ๋นฮวาถึงกับต