ถึงอย่างไรจักรพรรดิเซี่ยก็ยังดีกว่าคนเลว ๆ อย่างอวิ๋นฮวาผู้นั้นเยอะ อย่างน้อยจักรพรรดิเซี่ยก็ไม่ใช่ศัตรูแล้วก็ไม่ใช่คนที่น่าขยะแขยงเช่นเขา
ตลอดการเดินทางมู่เฉียนซีได้เจอกับอุปสรรคมากมาย แต่นางก็สามารถจัดการกับอุปสรรคเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นจักรพรรดิเซี่ยจึงทำตัวเงียบ ๆ เสมือนเป็นอากาศไป
เบื้องหน้าของนางปรากฏหมอกหนาสีฟ้าอ่อนอยู่กลุ่มหนึ่ง
มู่เฉียนซีพึมพำกับตัวเองว่า “ป่าหนานอู้ อู้ที่แปลว่าหมอก ที่แท้ที่นี่ก็มีหมอกประหลาดเช่นนี้นี่เอง”
หมอกสีฟ้าอ่อนนี้ไม่ได้มีพิษแต่อย่างใด แต่มันกลับเต็มไปด้วยพลังวิญญาณต่างหาก
ร่างชุดขาวปรากฏขึ้นด้านหลังของมู่เฉียนซีโดยไม่ให้สุ้มให้เสียง จักรพรรดิเซี่ยกล่าวขึ้นว่า “หมอกสีฟ้าอ่อนนั้นไม่ได้มีอยู่ทั่วทั้งป่าหนานอู้ มีเพียงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างเจดีย์เทพหนานอู้เท่านั้นถึงจะมีหมอกสีฟ้าอ่อนนี้ปกคลุมอยู่”
“พระเจ้า ในที่สุดเราก็เดินทางมาใกล้ถึงอาณาเขตสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าเทพหนานอู้แล้ว”
เดิมทีคิดว่าตัวเองจะเสียเวลาไปกับกลุ่มคนชุดขาวเหล่านั้นนานขึ้นเรื่อย ๆ แต่ตอนนี้สีหน้าก็เผยให้เห็นถึงความดีใจขึ้นแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าว “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง! ”
ดูเหมือนว่าแผนที่ที่ชิวหลิงให้นางมานั้นไม่เลวเลย ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นนางก็ใกล้เข้าอาณาเขตของเผ่าเทพหนานอู้แล้วหน่ะสิ
หากอวิ๋นฮวาผู้นั้นไปถึงก่อนนาง แล้วไปเอาผลกำเนิดเก้าวิญญาณได้ ถึงครานั้นนางก็ค