งจะลงมือเปิดศึกสังหารแล้ว
ครั้นแล้วมู่เฉียนซีก็เร่งฝีเท้าในการเดินทางเร็วขึ้น ส่วนคนข้างหลังก็ตามนางไปด้วย
หมอกด้านหน้านั้นทำให้ป่าผืนป่าทั้งหมดกลายเป็นเขาวงกตก็มิปาน ทำให้มู่เฉียนซีไม่สามารถหาตำแหน่งทิศทางได้เลย
ถึงแม้ว่าชิวหลิงจะบอกทางลัดที่ปลอดภัยให้กับนาง แต่การที่จะไปถึงเผ่าเทพหนานอู้จริง ๆ นั้นทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับตัวของมู่เฉียนซีเอง
หมอกอันหนาทึบนั้นทำให้มู่เฉียนซีไม่อาจระบุตำแหน่งทิศทางที่ชัดเจนตามแผนที่ได้ เส้นทางต่อจากนี้นางคงต้องพึ่งจิตวิญญาณและการคาดเดาของนางเองแล้ว
ทว่า หมอกอันหนาทึบในบริเวณรอบ ๆ นั้นทำให้พลังจิตของนางอ่อนแอลง และนับว่ายังโชคดีที่พลังจิตของนางนั้นแข็งแกร่งมาก ต่อให้จิตอ่อนแอลง แต่ก็ยังพอใช้การได้
เมื่อนางได้เข้าไปในอาณาเขตที่กลุ่มหมอกปกคลุมนั้น ประสาทสัมผัสทั้งห้าของนางก็ไม่สามารถใช้การได้เลย
“โฮ่ก! ”
ทว่า สัตว์วิญญาณในป่าหนานอู้นี้คุ้นชินกับหมอกอันหนาทึบนี้แล้ว ดังนั้นหมอกเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบใดใดกับสัตว์วิญญาณนี้เลย
“ปัง! ” กระบี่มังกรเพลิงถูกชักออกมาจากปลอก มู่เฉียนซีรีบโต้กลับอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากประสาทสัมผัสของนางผิดพลาด ดังนั้นเลือดสีแดงสดก็ไหลหยดออกจากบริเวณเอวของนาง
ต่อก ต่อก!
กลิ่นเลือดสด ๆ ของมนุษย์นั้นช่างหอมหวน และยิ่งกระตุ้นสัตว์วิญญาณตัวนั้นให้ดุร้ายมากขึ้นเรื่อย ๆ มู่เฉียนเพิ่งจะหยุดเลือดตัวเองไว้ได้ แต่ทันใดนั้นสัตว์วิญญาณตัวนั้น