ก็คงไม่ดี”
ไม่ว่าพวกเขาจะกล่าวเช่นไร มู่เฉียนซีก็ยังคิดที่จะจากไป ขณะที่นางกําลังจะจากไป อวิ๋นฮวาก็ได้เรียกยอดฝีมือระดับจักรพรรดิออกมาหลายคน พวกเขาเข้ามาล้อมมู่เฉียนซีเอาไว้
อวิ๋นฮวากล่าวเบา ๆ “แม่สาวน้อย เหตุใดเจ้าถึงได้ไม่เชื่อฟังนัก!”
มู่เฉียนซีกล่าวตอบ “ข้านั้นเชื่อฟังผู้อื่นโดยตลอด แต่ก็ต้องดูว่าคนผู้นั้นเป็นใคร สวะอย่างเช่นพวกเจ้า เหตุใดข้าต้องเชื่อฟัง ?”
สวะ!
สีหน้าของอวิ๋นฮวาแทบจะเป็นสีเขียวคล้ำ เขานั้นเป็นถึงลูกศิษย์อันดับหนึ่งแห่งสำนักนิกายระดับหนึ่งแห่งเดียวของทวีปเซี่ยโจว คำที่ต่ำช้าเช่นนั้น ไม่เหมาะเอามากล่าวต่อว่าเขาอย่างแน่นอน
อวิ๋นฮวากล่าว “แม่สาวน้อย ข้ายังดีกับเจ้าไม่พอหรือ ? เพียงเพราะข้าหุนหันพลันแล่นครั้งเดียว เจ้าก็ดูถูกข้าเช่นนี้ มันช่างเจ็บปวดใจยิ่งนัก”
มู่เฉียนซี “มิใช่ดูถูกเจ้า แต่ว่าข้ามองเห็นนิสัยของเจ้าได้อย่างทะลุทะลวงตั้งแต่แรกแล้ว” นางเงยหน้ามองอวิ๋นฮวาก่อนจะกล่าวอีกว่า “อวิ๋นฮวา ตอนนี้ข้าไม่อยากเล่นละครกับเจ้าแล้ว เจ้าเองก็เสแสร้งแสดงมามากพอแล้ว เลิกเถอะ”
มู่เฉียนซีหมุนตัวไปก็วิ่งในทันใด แน่นอนว่านางได้พบเข้ากับคนกลุ่มหนึ่งที่คิดจะหยุดยั้งนาง
“พลังตี้ซวน!” เมื่อมู่เฉียนซียกมือขึ้น พลังวิญญาณที่น่ากลัวพลันพุ่งไปทางคนกลุ่มนั้น
“ออกไปให้พ้น”
อวิ๋นฮวาแค่นเสียงเย็นชา “แม่สาวน้อย เจ้าไม่ต้องพยายามดิ้นรนในสิ่งที่มันไร้ประโยชน์แล้ว เจ้าไปกับพวกเราเสียดี ๆ