งมาก แต่จะว่าไป สาวน้อย พรสวรรค์เจ้าก็ไม่ได้อ่อนด้อยเลยนะ อีกอย่างสาวน้อยก็หน้าตาดีกว่านางซะด้วย ความสามารถก็ดีกว่า เพราะฉะนั้นเจ้าไม่ต้องอิจฉาใครไปหรอกนะ”
อวิ๋นฮวามองหน้ามู่เฉียนซี อวิ๋นเฟิ้งจะเก่งกาจสักแค่ไหน? คอยดูเอาเถอะ สักวันหนึ่งเขาจะต้องเหยียบนางให้ได้ ให้นางมาเป็นทาสรับใช้ เป็นนางบำเรอ ให้นางเป็น……
ดวงตาของอวิ๋นฮวาเผยให้เห็นความเกลียดชังอย่างเห็นได้ชัด เขายังไม่รู้จักนางดีพอ แต่ตอนนี้เขามีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ อีกทั้งยังมีไพ่เด็ดอยู่ในมือ!
และไพ่เด็ดที่เขาหมายถึงนั้น แน่นอนว่าคืออัจฉริยะอย่างมู่เฉียนซีนั่นเอง
หนานอินรู้สึกว่าตอนนี้นั้นอวิ๋นฮวาดูน่ากลัวมาก ส่วนหนานเฉานั้นคุ้นชินไปแล้ว เขามีความสามารถเป็นถึงหัวหน้าศิษย์ของสำนักเช่นนี้ เขาไม่ใช่คนอ่อนโยนอย่างที่กำลังแสดงอยู่ตอนนี้แน่นอน
และตราบใดที่แคว้นหนานเถิงช่วยสนับสนุนให้อวิ๋นฮวาได้รับตำแหน่งเจ้าสำนัก แคว้นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเซี่ยโจวก็ไม่ใช่แคว้นเฉียนเซี่ยอีกต่อไป แต่เป็นแคว้นหนานเถิงต่างหาก
พวกเขาแต่ละคนนั้นมีความทะเยอทะยานมาก มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเกียจคร้านว่า “ในเมื่อพวกเจ้าตัดสินใจจะไปหาสมุนไพรวิญญาณอื่นอีก งั้นก็รีบไปกันเถอะ! รีบหาข้าจะได้รีบกลับ! ”
หนานอินกล่าว “เจ้าคิดว่ามีแค่เจ้าคนเดียวเหรอที่อยากกลับ? แต่เพื่อพี่ใหญ่อวิ๋นแล้ว ต่อให้ลำบากลำบนมากกว่านี้ข้าก็เต็มใจจะออกเดินทางต่อ ไม่เหมือนเจ้าหรอก! ”