งเพื่อจะได้ใจนาง หวังเพื่อตำแหน่งเจ้าสำนัก แต่เขากลับถูกนางทำให้อับอายขายหน้าต่อหน้าคนในสำนักอย่างไร้ความปรานี เมื่อนึกถึงผู้หญิงคนนั้น อวิ๋นฮวาก็โกรธจนหน้าดำคล้ำเขียว
มู่เฉียนซีได้ยินเช่นนี้ก็ยิ้มมุมปากขึ้น ดูเหมือนว่าเรื่องมันชักจะสนุกขึ้นเรื่อย ๆ แล้วหล่ะ หัวหน้าศิษย์แห่งสำนักอวิ๋นเยียนผู้นี้ดูเหมือนว่าจะไม่ถูกกับอวิ๋นเฟิ้งสักเท่าไหร่! เสือสองตัวย่อมอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ เขาเป็นถึงหัวหน้าศิษย์ในสำนักแต่กลับถูกอวิ๋นเฟิ้งกดหัวอยู่ตลอดเวลา ยิ่งตอนนี้อวิ๋นเฟิ้งทะลวงพลังวิญญาณขั้นจักรพรรดิแห่งภูตได้ก่อนอายุสามสิบด้วยแล้ว ความหวังในการได้เป็นเจ้าสำนักของเขาก็คงจะพังทลายลงแล้ว
มิน่าล่ะว่าทำไมเขาถึงได้ดันทุรังจะไปเจดีย์เทพของตระกูลเทพหนานอู้ให้ได้ ก็เพราะว่าพลังของเจดีย์เทพนั้นสามารถเพิ่มพลังวิญญาณให้เขาได้อย่างรวดเร็วที่สุด วิธีนี้เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ความพ่ายแพ้ของเขากลับมาชนะได้อีกครั้ง
ศัตรูของศัตรูก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นมิตรทั้งหมด อย่างเช่นคนอย่างอวิ๋นฮวาผู้นี้ เขามีความคิดที่ลึกซึ้งเกินไปไม่ต่างอะไรกับคนอย่างอวิ๋นเฟิ้ง เพราะฉะนั้นอยู่ห่าง ๆ เขาไว้จะดีกว่า
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าว “ข้าได้ยินชื่อเสียงของคุณหนูใหญ่แห่งสำนักอวิ๋นเยียนมานานว่านางเป็นคนดีเลิศ แม้แต่อวิ๋นฮวาเองก็ยังกล่าวเช่นนี้ ดูเหมือนว่านางคงจะเก่งกาจสมคำร่ำลือจริง ๆ! ”
อวิ๋นฮวายิ้มพลางกล่าว “ศิษย์น้องเป็นคนที่มีพรสวรรค์สู