ึงเจ้าสำนักอวิ๋นเยียน มีผู้หญิงมาชอบพี่ใหญ่อวิ๋นตั้งมากมายเท่าไหร่ คนอย่างเจ้าจะไปรู้อะไร”
เจ้าสำนัก เมื่ออวิ๋นฮวาได้ยินคำนี้เข้าก็ดูเหมือนว่าเขาจะนึกเรื่องบางอย่างขึ้นได้ และทำให้เขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก สีหน้าของเขาก็เคร่งขรึมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
หนานเฉากล่าวดุน้องสาวตัวเองว่า “อินอิน หุบปากของเจ้าเดี๋ยวนี้ เรื่องบางเรื่องก็ไม่อาจพูดซี้ซั้วออกไปได้”
หนานอินรู้สึกน้อยใจจนดวงตาแดงก่ำ “ฮือ! ข้าพูดอะไรผิด? ก็มันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ! อวิ๋นเฟิ้งผู้นั้นต่อให้เก่งกาจแค่ไหนแต่นางก็เป็นหญิงอยู่ดี ต่อไปนางก็ต้องออกเรือน นางจะสืบทอดรับตำแหน่งเจ้าสำนักได้ยังไงกัน? ”
สีหน้าของเหล่าผู้อาวุโสแห่งสำนักอวิ๋นเยียนแตกต่างกันไป แต่อวิ๋นฮวาในตอนนี้กำหมัดแน่นจนมือสั่น
หนานเฉาได้ยินคำพูดนี้ก็จ้องมองไปที่น้องสาวตัวเองด้วยสายตาที่ดุดัน มีเรื่องมากมายให้พูดไม่ยอมพูด ดันมาพูดเรื่องที่ไม่สมควรพูดออกมา!
อวิ๋นฮวาพยายามเก็บอารมณ์และความรู้สึกนั้นเอาไว้ จากนั้นก็กล่าวขึ้นว่า “ศิษย์น้องเป็นอัจฉริยะที่มีความสามารถสูงมาก อีกทั้งยังเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านอาจารย์ นางต้องเป็นคนที่เจ้าสำนักเลือกอยู่แล้ว อีกอย่างในใต้หล้านี้ ไม่มีบุรุษคนใดที่เหมาะสมและคู่ควรที่จะได้แต่งกับนาง”
หญิงสาวผู้นั้นนิสัยก็เหมือนกับชื่อของนางนั่นแหละ เป็นหงส์ที่หยิ่งยโส ไม่ว่าชายใดก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของนางเลย
เขาก็เป็นคนหนึ่งที่พยายามทำทุกวิถีทา