เดิมทีอวิ๋นฮวานั้นนึกฉงนสงสัยต่อการมาเยือนของจักรพรรดิเซี่ยอยู่ลึก ๆ เขากล่าวถามขึ้น “ไม่ทราบว่าท่านต้องการแม่นางคนใดรึ ?”
“ข้าต้องการนาง” เขายื่นนิ้วที่ประณีตราวกับรูปปั้นหิมะออกมาพลางชี้ไปที่มู่เฉียนซี
อวิ๋นฮวาประหลาดใจขึ้นมาเล็กน้อย ผู้ที่จักรพรรดิเซี่ยต้องการกลับมิใช่อินอิน หรือว่าเขานั้นไม่ได้ข่าวคราวอันใด พวกเขาเพียงแต่บังเอิญมาพบเข้าก็เท่านั้น
อวิ๋นฮวามองมู่เฉียนซี เด็กสาวยอดเยี่ยมผู้นี้ เขาไม่อยากที่จะยกให้ใครเลย หนานอินนั้นโกรธยิ่งนัก มู่เฉียนซีผู้นี้มีอะไรดี พี่ใหญ่อวิ๋นคอยปกป้องนางมาตลอดทางยังไม่เท่าไร มาตอนนี้จักรพรรดิเซี่ยก็ยังเรียกขานจะเอาตัวนาง
ถึงแม้ไม่รู้ว่าเจ้าหมอนี่จะทำอะไร แต่มู่เฉียนซีก็ยังคงเดินออกมาพร้อมกล่าวขึ้น “ข้าปฏิเสธ ข้าไม่ใช่สิ่งของที่ใครต้องการก็จะไปอยู่กับใครก็ได้ พวกเจ้าอยากจะทะเลาะกันก็ทะเลาะกันไป เวลานี้มาถึงหุบเขามรณะแล้ว พวกเราแยกจากกันตรงนี้”
มู่เฉียนซีกำลังจะหันหลังจากไป อวิ๋นฮวาก็กล่าวขึ้นมา “แม่สาวน้อย ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด ข้าจะไม่ยอมปล่อยเจ้าให้เขาไป เจ้าวางใจได้เลย”
อวิ๋นฮวามองจักรพรรดิเซี่ยก่อนจะกล่าวอย่างยืนกรานว่า… “จักรพรรดิเซี่ยเลิกล้อเล่นได้แล้วกระมัง วันนี้ข้าจะไม่ยอมส่งมอบตัวสาวน้อยผู้นี้ให้”
“เจ้าจะยั่วโมโหข้าหรือ ?” จักรพรรดิเซี่ยเริ่มปะทุอารมณ์โกรธแล้ว บริเวณรอบด้านจึงได้เปลี่ยนเป็นน้ำแข็งที่หนาขึ้นมาราวสามฉือ เมื่อยามคิมหันตฤดูมา