พียงแต่ก่อนที่นางจะจากไปนางได้บอกกับชิวหลิงว่า “หากมีเรื่องอันใดเจ้าสามารถไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลมู่ได้ตลอดเวลา ได้รู้จักกันแล้วก็นับว่าเป็นคนกันเอง ห้ามปฏิเสธความช่วยเหลือเด็ดขาด”
ชิวหลิงพยักหน้าพลางกล่าว “อืม”
“อันที่จริงแล้วข้าก็ไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องขอความช่วยเหลือหรอก ชีวิตนี้ ข้าเพียงแค่อยากเห็นหลินเอ๋อร์เติบโตขึ้นอย่างปลอดภัย ก็แค่นั้นเอง” ชิวหลิงกล่าวอย่างอ่อนโยน
“อืม เช่นนั้นข้าต้องขอตัวลาก่อน! ” มู่เฉียนซีโบกมือพลางกล่าว
หลินเอ๋อร์ “พี่สาวมู่ รักษาตัวด้วยนะ! ”
“อืม รอให้ข้าจัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จ ข้าจะเลี้ยงของอร่อย ๆ เจ้ามื้อใหญ่ ดีไหม” มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าว
“อืม! ”
กล่าวจบ ร่างของมู่เฉียนซีก็ค่อย ๆ อันตรธานหายเข้าไปในป่าชีชง
จากนั้นเจ้าหมูอ้วนก็กล่าวขึ้นอย่างตื่นเต้นว่า “ฮูหยิน เมื่อครู่ฮูหยินบอกว่าแม่นางผู้นั้น แซ่มู่เหรอขอรับ? ”
“พี่สาวมู่ นางก็ต้องแซ่มู่น่ะสิ! ” หลินเอ๋อร์กล่าว
“เช่นนั้นนางก็……หรือว่านางคือมู่เฉียนซี ผู้นำตระกูลมู่! พระเจ้า! ขะ ข้า……เหตุใดข้าถึงได้ตาบอดถึงเพียงนี้นะ! ข้าล่วงเกินยมทูตเอาซะแล้ว” ตอนนี้เจ้าหมูอ้วนแทบอยากจะร้องไห้
“ผู้นำตระกูลมู่เหรอ? ” ชิวหลิงได้ยินเช่นนี้ก็ตกใจผงะไปครู่หนึ่ง “เสี่ยวซีอายุยังน้อยเช่นนั้นเนี่ยนะ เป็นผู้นำตระกูลมู่”
เจ้าหมูอ้วนกล่าว “ฮูหยินไม่รู้อะไรซะแล้ว ผู้นำตระกูลมู่ผู้นี้เป็นผู้นำที่อายุน้อยที่สุดในเซี่ยโจว ได