ู่กลางป่างั้นเหรอ? ”
“ผลกำเนิดเก้าวิญญาณเป็นผลศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าวิญญาณหนานอู้ ที่นี่เป็นอาณาเขตของเผ่าวิญญาณหนานอู้ แน่นอนว่าต้องมีค่ายกลอยู่”
มู่เฉียนซีได้ยินเช่นนี้ก็ตกใจผงะไปครู่หนึ่ง “เผ่าวิญญาณหนานอู้ ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าในเซี่ยโจวแห่งนี้จะมีกองกำลังเช่นนี้อยู่ด้วย แล้วสร้างกองกำลังกลางป่าหนานอู้เช่นนี้ไม่มีปัญหาอะไรเหรอ? ”
“เผ่าวิญญาณหนานอู้กับเหล่าสัตว์วิญญาณมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เหล่าสัตว์วิญญาณจะไม่โจมตีพวกเขา ทั่วทั้งเซี่ยโจว น้อยคนจะรู้จักเผ่าวิญญาณหนานอู้ เพราะพวกเขาซ่อนตัวอยู่ในนั้นไม่ออกมา แต่ตอนนี้ ที่นั่นไม่มีใครเหลืออยู่สักคน”
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะรู้เรื่องเหล่านี้ดีนะ”
ชิวหลิงยิ้มอย่างขมขื่น “ข้าไม่พูด เจ้าก็คงจะเดาออก ข้าเป็นคนในเผ่าวิญญาณรุ่นสุดท้าย”
“แล้วหลินเอ๋อร์ เขาไม่ใช่เหรอ? ”
ชิวหลิงกล่าว “หลินเอ๋อร์ไม่ใช่ เขาไม่ใช่อย่างแน่นอน เขาเป็นคนที่ข้าเก็บมาเลี้ยงในตอนที่ข้าหนีตายมา”
มู่เฉียนซีกล่าว “ความลับของเจ้า ข้าจะไม่บอกใครเป็นอันขาด ไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าอย่างแน่นอน! ”
“แผนที่ข้าก็ให้ไปแล้ว เจ้าไปได้แล้วหล่ะ”
มู่เฉียนซีกล่าว “ในฐานะที่ข้าเป็นหมอ หากจากไปตอนนี้มันจะดูเหมือนว่าข้าไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ อย่างน้อยก็อยู่รอดูอาการให้เจ้าเดินได้ก่อน แล้วข้าค่อยเดินทาง”
ชิวหลิงตกใจเล็กน้อย “เรื่องของเจ้ารีบร้อนไม่ใช่เหรอ? ”
“ไม่เป็นไรหรอก อีกอย่างก็ไ