นแล้ว เขาเองก็รู้ดีถึงความเปลี่ยนแปลงของแคว้นจื่อเยี่ยในสิบปีมานี้ และยังมีเรื่องของสถานะตัวตนของมู่เฉียนซี
ซวนหยวนหลี่เทียน “ดูเหมือนว่าน้องเก้าจะไม่ชอบมู่เฉียนซีมาก”
อ้านจิ่ว “สตรีวิปริตเช่นนั้น จะมีชายใดมาชอบ ?”
“น้องเก้า แต่มู่เฉียนซีนางเป็นคู่หมั้นของเจ้า” ซวนหยวนชิงอวิ๋นกล่าว แม้ว่าใบหน้าของเขาจะดูนิ่งเฉยไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์อันใด แต่ดวงตาของเขากลับฉายแววเศร้าหมอง
ในใจของซวนหยวนหลี่เทียนนั้นมีความอิจฉาอยู่บ้าง เขากล่าวขึ้น “ใช่แล้วน้องเก้า นางเป็นคู่หมั้นของเจ้า จากนี้ไปจะต้องทำความรู้จักกันให้มาก นางยังมีอะไรที่พิเศษอีกมากมาย”
ในอดีต เขามีโอกาสได้ใกล้ชิดมู่เฉียนซีทว่าในที่สุดเขาก็พลาดไป ในใจของซวนหยวนหลี่เทียนรู้สึกขมขื่นยิ่ง
“ว่าอย่างไรนะ ? นางคือคู่หมั้นของข้ารึ ?!” ในตอนนี้เอง สีหน้าของอ้านจิ่วราวกับโดนฟ้าผ่า
เรื่องนี้มัน… ช่างน่ากลัวจริง ๆ
ซวนหยวนชิงอวิ๋นกล่าว “ตอนที่ท่านพ่อยังครองราชย์อยู่ ท่านได้พระราชทานงานอภิเษกแก่ซวนหยวนจิ่วเยี่ยกับมู่เฉียนซี”
“เขาตอบตกลงไปแล้ว และเวลานี้ยังมีชีวิตอยู่ เอ่อ…” อ้านจิ่วตกใจแทบจะกระโดดขึ้นมา
ซวนหยวนชิงอวิ๋นรู้ว่าคนที่อ้านจิ่วกล่าวถึงนั้นเป็นใคร เขาจึงกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า “ใช่”
— พรึ่บ! —
เสียงหนึ่งดังขึ้น ร่างอ้านจิ่วอันตรธานหายไป
……
ถึงแม้ว่าตระกูลมู่จะปิดประตูไม่รับแขก ทว่าก็ไม่สามารถห้ามเขาไว้ได้
มู่เฉียนซีมองบุรุษชุดดำที่จู่ ๆ ก็โผล