ะหม่อมกำลังช่วยแคว้นชิงอยู่นะพ่ะย่ะค่ะ”
ทันใดนั้นเอง ไป๋มู่เฟิงตะโกนขึ้นมา “เฉียนซี เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้า ยกทัพเข้ามาฆ่าเจ้าสุนัขเรื้อนตัวนี้ได้เลย!”
ส่วนไป๋กั๋วกงในเวลานี้ เขาดูโศกเศร้าเสียใจยิ่งนัก เพื่อนางปีศาจผู้นั้นผู้เดียว ฮ่องเต้ผู้ที่เขาจงรักภักดีมาโดยตลอดถึงกับยอมจับคนในจวนไป๋กั๋วกงทั้งหมดเข้าคุกหลวงโดยที่ไม่ไตร่ตรองความถูกผิดใด ๆ ตอนนี้ทัพของแคว้นชิงพ่ายแพ้ศึกรบ แม่ทัพของแคว้นตนยังจะมาจับตัวพวกเขาเป็นตัวประกันเพื่อมาข่มขู่ทัพของแคว้นจื่อเยี่ย ช่างเป็นเรื่องน่าขำขันเสียจริง
ไป๋กั๋วกง “ผู้นำตระกูลมู่ไม่ต้องเป็นห่วงพวกเรา ให้ทัพของเจ้าชนะศึกแล้วฆ่าคนผู้นี้เป็นการแก้แค้นให้พวกเรา พวกเราก็พอใจมากแล้ว”
มู่เฉียนยิ้ม นางกล่าวสั่งอ้านจิ่วว่า “เจ้าผู้กล้า เจ้าเข้าไปช่วยพวกเขาและเปิดประตูเมืองประเดี๋ยวนี้!”
มุมปากของอ้านจิ่วกระตุกเล็กน้อย นอกจากฝ่าบาทก็ไม่เคยมีใครบังอาจกล้าสั่งเขามาก่อนเลย
“เสี่ยวจิ่ว…” ซวนหยวนชิงอวิ๋นที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มู่เฉียนซีเรียกเบา ๆ ทว่าเขาไม่ได้สนใจแต่อย่างใดว่าน้องชายตนเองจะโกรธหรือไม่โกรธมู่เฉียนซี
ทันใดนั้นร่างสีดำก็ปรากฏขึ้นบนกำแพงเมือง
— ปัง! ปัง! ปัง! —
ร่างของแม่ทัพเฮยถูกโยนลงไป และไป๋กั๋วกงกับไป๋มู่เฟิงก็ถูกช่วยเอาไว้ได้
— ตูม! —
เพียงหนึ่งหมัดของอ้านจิ่วก็สามารถเปิดประตูเมืองหลวงของแคว้นชิงได้ จากนั้นทัพของแคว้นจื่อเยี่ยก็บุกเข้าประตูเมืองไป
หลั