ังคงเป็นเงาร่างที่คุ้นเคยเงานั้นที่ใส่ชุดคลุมสีดำยาว และยังมีขลุ่ยหยกสีดำสนิท
— ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! —
เข็มยาปิดทางเขาเอาไว้ทุกทาง มู่เฉียนซีกระโดดลงมาที่ด้านหน้าของเขาแล้วกล่าวขึ้น “ปรมาจารย์ฝึกสัตว์ พวกเราพบกันอีกแล้ว คราวนี้ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าหนีไปได้แน่”
ดวงตาของเขาหรี่เล็กลงอย่างฉับพลัน คิดที่จะหนีทว่าทั้งรอบด้านสี่ทิศแปดทางนั้นถูกยอดฝีมือระดับจักรพรรดิล้อมเอาไว้หมดแล้ว
— แกรก! —
ขลุ่ยหยกสีดำในมือของเขานั้นแตกสลาย สัตว์วิญญาณพวกนั้นไม่ได้อาละวาดอีกต่อไป
ฉินป้าที่พุ่งเข้ามารู้สึกได้ถึงอันตรายจึงรีบล่าถอยออกไป บัดซบจริง ๆ! เขานั้นประเมินมู่เฉียนซีต่ำไปเสียแล้ว ข้างกายของนางมียอดฝีมือระดับจักรพรรดิหนุนหลังอยู่เช่นนี้— ปัง! —
ปรมาจารย์ฝึกสัตว์ผู้นั้นถูกมู่เฉียนซีโยนออกมา สัตว์วิญญาณถอยร่นไป มาตอนนี้สถานการณ์ของทางแคว้นชิงไม่สู้ดีนัก
อีกอย่าง เหล่าองค์รักษ์เงาของตระกูลมู่ก็ได้ล้อมพวกเขาเอาไว้แล้ว ครานี้พวกเขาคิดจะหนี คงไม่มีทางหนีได้
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “โอวหยางหว่าน ไพ่ใบใหญ่ที่สุดของเจ้าก็ถูกข้าจัดการเสียสิ้น วันนี้พวกเจ้าแพ้แน่แล้ว”
โอวหยางหว่านเบิกตากว้าง มองไปที่คนชุดดำของสำนักไป๋กู่ก่อนจะกล่าวว่า “พวกเจ้า… พวกเจ้าไม่ใช่ว่าเป็นคนของสำนักข้ารึ ? เหตุใดถึงได้ไปช่วยนางมู่เฉียนซีชั่วช้า”
“แม่นาง โปรดระวังคำพูดคำจา นายท่านของพวกเรานั้นเป็นถึงผู้สืบทอดของสำนักตัวจริง ส่วนเจ้า… น