ับเป็นตัวอะไร ?” “ฮ่า ๆ ๆ ผู้สืบทอดของสำนักตัวจริง ข้านั้นเป็นถึงสายเลือดของสำนักไป๋กู่ นางนั่นแหละนับเป็นตัวอะไร ?” โอวหยางหว่านหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
สภาพการณ์ของสงครามครั้งนี้ชี้ผลแล้ว ซวนหยวนชิงอวิ๋นโล่งอกไปหนึ่งเปลาะ แคว้นชิงเสร็จแน่แล้ว มู่เฉียนซีเองก็ไม่เป็นไรแล้วด้วย
“ข้าจะให้พวกเจ้าได้เห็นพลังของสายเลือดที่แท้จริง” โอวหยางหว่านถูกบีบเสียจนมุม นางบ้าคลั่งและไร้ยางอายมากขึ้นกว่าเดิม
ท้องฟ้าพลันมืดสนิทลง โอวหยางหว่านลอยขึ้นไปกลางอากาศ ผมสีดำของนางเหมือนดั่งงูพิษเลื้อย ทั้งร่างกายและใบหน้าของนางเต็มไปด้วยแมลงกู่น่าขยาด เหล่าผู้อาวุโสของสำนักไป๋กู่ที่อยู่รอบด้านต่างตระหนกตกตื่น
“หญิงผู้นี้ไม่คิดที่จะมีชีวิตอยู่แล้ว ไป๋กู่กลับสำนัก มันคือไป๋กู่กลับสำนัก พวกเราจะทำอย่างไรดีท่านผู้อาวุโส ?”
โอวหยางหว่านใช้กระบวนท่าที่สุดโต่งเช่นนี้ มิเพียงแต่มันจะทำลายร่างของผู้ใช้ แต่มันจะทำลายทุกชีวิตและทุกจิตวิญญาณที่อยู่ภายในระยะรัศมีหนึ่งพันลี้ไปด้วย
หากไม่บรรลุถึงระดับมหาจักรพรรดิ ทุกผู้คนจะถูกนางทำให้ร่างกายกลายเป็นแมลงกู่กลืนกิน ในคัมภีร์ลับกล่าวเอาไว้ว่าท่าลับเช่นนี้ หากถูกใช้ก็จะไม่สามารถขัดขวางหรือแก้ไขได้เลย
ต้องยอมรับเลยว่าสตรีบ้าคลั่งโอวหยางหว่านผู้นี้มีพรสวรรค์ในการฝึกวิชาแมลงกู่ที่แข็งแกร่งยิ่งนัก แม้แต่เคล็ดวิชาลับที่น่ากลัวถึงขีดสุด นางยังสามารถทำได้
มู่เฉียนซีตะโกนขึ้น “ถอยไป… พว