งคำถามมากมายกับมู่เฉียนซี แต่ซวนหยวนชิงอวิ๋นไม่ได้เป็นเช่นนั้น เขาเชื่อใจมู่เฉียนซีอย่างมาก นางไม่มีทางทำสิ่งใดโดยที่ไม่มีความมั่นใจเด็ดขาด
มู่เฉียนซี “การฆ่าศัตรูให้ได้ทั้งหมดนี้ยากนัก แต่หยุดศัตรู ข้าสามารถทำได้”
“เสี่ยวหง อู๋ตี้ พวกเจ้าออกมา!” มู่เฉียนซีเรียกสัตว์พันธสัญญาทั้งสองของนางออกมา
“องครักษ์เงา!”
และเช่นกัน สิ้นเสียงเรียกองครักษ์เงา องครักษ์เงาทั้งสามสิบร่างปรากฏตรงหน้านางในทันที
โอวหยางหว่านขมวดคิ้ว “มู่เฉียนซี ที่นี่เป็นสนามรบ ไม่ใช่สนามเด็กเล่น เจ้าคิดว่าองครักษ์เงาสามสิบร่างของเจ้าจะสามารถปกป้องเจ้าจากทหารศึกนับหมื่นได้งั้นรึ ?”
“พวกข้าทำได้!” เหล่าบรรดาองครักษ์เงาตะโกนขึ้น
— ตูม! ตูม! ตูม! —
องครักษ์เงาทั้งสามสิบร่างเรียกสัตว์พันธสัญญาของตัวเองออกมา ร่างอันมหึมาของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายปรากฏกายอยู่ด้านหน้าเหล่าองครักษ์เงาทันที
เหล่าบรรดาทหารของทั้งสองแคว้นเห็นเช่นนี้ต่างก็ตกใจปากอ้าตาค้าง
“หืม! สัตว์ศักดิ์สิทธิ์”
“องครักษ์เงาของตระกูลมู่ทำพันธสัญญากับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์มากมายเช่นนั้นได้อย่างไรกัน ?”
“ตระกูลมู่ต้องทุ่มเงินไปเท่าใดถึงได้สัตว์ศักดิ์สิทธิ์มาทำพันธสัญญาให้กับองครักษ์เงามากมายเช่นนี้”
มู่เฉียนซี “ชิงอวิ๋น ออกคำสั่งขับไล่ศัตรูไปเสียเดี๋ยวนี้เลย”
“ได้!” ซวนหยวนชิงอวิ๋นรับคำด้วยใบหน้ามุ่งมั่น
องครักษ์เงาสามสิบร่าง สัตว์ศักดิ์สิทธิ์อีกสามสิบตัว ทำให้ทหารข