ม! ตูม! —
การโจมตีด้วยพลังธาตุวารีและเปลวไฟนั้นทำให้พวกเขาสูญเสียกองกำลังไปกว่าครึ่ง
“เหอะ! เป็นเพียงแค่ราชาแห่งภูตระดับหนึ่ง ดูดี ๆ ก็แล้วกันว่าข้าจะจัดการกับเจ้าอย่างไร!”
ในขณะที่แม่ทัพผู้หนึ่งกำลังพุ่งเข้ามาหามู่เฉียนซี มู่เฉียนซีก็ยกมือขึ้นอย่างช้า ๆ “เป็นแค่ราชายอดยุทธ์ระดับเก้า กล้าดีอย่างไรมาลงมือกับคนอย่างข้า รนหาที่ตายแล้ว!”
“ทักษะตี้ซวน!”
— ตูม! —
ร่างของแม่ทัพผู้นั้นตกลงไปในหลุมลึกใต้ดิน เพียงการโจมตีครั้งเดียวก็สามาถคร่าชีวิตของแม่ทัพผู้นั้นได้
มู่เฉียนซีเหลือบไปมองเหล่าบรรดาทหารคนอื่น ๆ “พวกเจ้า… มีใครหน้าไหนคิดอยากจะสู้กับข้าอีกหรือไม่ ?”
“ไม่ ๆ ๆ” พวกเขารีบตอบพลางร่นตัวถอยหลังไป
“ไป!” ร่างสีม่วงรีบวิ่งไปยังสมรภูมิรบ
สถานการณ์การสู้รบในตอนนี้ไม่ค่อยจะดีนัก แคว้นจื่อเยี่ยจะแพ้หรือชนะนั้นไม่ใช่เรื่องที่นางสนใจ แต่เรื่องที่นางสนใจที่สุดนั่นก็คือ…จะเกิดอะไรขึ้นกับซวนหยวนชิงอวิ๋นไม่ได้เด็ดขาด
ยิ่งมู่เฉียนซีเข้าไปใกล้สนามรบมากเท่าไหร่ กลิ่นคาวเลือดก็ยิ่งแรงมากขึ้นเท่านั้น ในขณะที่นางพุ่งเข้าไป ก็ได้เห็นร่างของซวนหยวนชิงอวิ๋นกำลังรับมืออยู่กับฮ่องเต้ฉิน
ซวนหยวนชิงอวิ๋นได้รับมรดกจากจักรพรรดิแห่งสงครามขวางอวิ๋น พลังความแข็งแกร่งของเขาจึงก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แต่การที่เขารับมือกับคนอย่างฉินป้านั้น นับว่าเขาตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง
— ฟึ่บ! —
ฉินป้าชักกระบี่เล่มใหญ่ออกมาเพ่งเล็ง