่อเยี่ยของพวกข้า ต่อให้ต้องตายในสมรภูมิรบก็ไม่มีวันยอมจำนนเด็ดขาด!”
ซวนหยวนชิงอวิ๋นชักกระบี่ยาวออกมาจากฝัก ไม่รอช้านำทัพไปทันที
เวลานี้ซวนหยวนจือตายไปแล้ว เขาจำเป็นต้องควบคุมสถานการณ์นี้ไว้ให้ได้
ซวนหยวนหลี่เทียนก็เช่นกัน เขาตะโกนด้วยความฮึกเหิม “ฆ่า!”
ทว่าน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ อีกทั้งซวนหยวนจือได้ตายไปต่อหน้าต่อตาทหาร ต่อให้มีซวนหยวนชิงอวิ๋นเป็นกำลังสำคัญ ประสิทธิภาพในการออกศึกสู้รบก็ยังคงไม่เพียงพอ
— ปัง! ปัง! ปัง! —
ทหารของแคว้นจื่อเยี่ยค่อย ๆ ล้มลงไปกับพื้นทีละคน ๆ ดูเหมือนว่าศึกครานี้จะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน
ทางด้านมู่เฉียนซีที่ติดอยู่ที่ด่านถอนหายใจ “เฮ้อ…”
“ถอดใจเสียเถอะผู้นำตระกูลมู่ เวลานี้ซวนหยวนจือ ซวนหยวนชิงอวิ๋น และคนอื่น ๆ ก็คงจะโดนฆ่าสังหารกันเรียบแล้ว แคว้นจื่อเยี่ยกำลังจะล่มสลาย ต่อให้เจ้ากลับไป ลำพังเจ้าคนเดียวคงไม่อาจทำอะไรได้”
มู่เฉียนซีชักกระบี่มังกรเพลิงออกมา ปากก็กล่าวอย่างเย็นชา “คนดีย่อมไม่ถ่วงความเจริญของผู้อื่น พวกเจ้าไสหัวไปซะ!”
“สาวน้อย ที่นี่แคว้นชิง ไม่ใช่ตระกูลมู่ของเจ้า มาทำตนโอหังอวดดีเช่นนี้ระวังจะตายอย่างน่าสังเวช!” “งั้นรึ ?” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “มังกรเพลิงพิฆาต!”
เปลวไฟสีแดงเข้มพุ่งออกไปทำให้สีหน้าของพวกเขาซีดเผือดด้วยความตกใจ
“ซวยแล้ว! นาง… ราชาแห่งภูต”
“เป็นไปได้อย่างไรกัน ? ไม่นานมานี้นางเพิ่งจะ…”
“มังกรวารีพิฆาต!”
— ตูม! ตู