ู้อื่นยึดครองร่างกายของข้าไปเสียแล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ข้ามีชื่อ ข้าชื่อว่ามู่เฉียนซี”
เจ้าหม้อใบนี้เรียกขานเสียชวนอาเจียนเกินไป ใจของมู่เฉียนซีรับไม่ไหวจึงรีบแจ้งนาม
ก่อนหน้านี้เรียกว่าแม่นางคนงาม มาครานี้แม้แต่คำว่าแม่นางผู้เป็นที่รักยังเรียกออกมาได้
“แม่นางผู้เป็นที่รัก หรือว่าเจ้าไม่คิดว่าคำเรียกขานเช่นนี้น่ารักหรอกหรือ ?”
“เช่นนั้นข้าก็คงสามารถเรียกเจ้าว่าเจ้าหม้อน้อยจ๋าได้ใช่ไหมเล่า ?”
“ไม่ได้! ข้านั้นเป็นยอดแห่งหม้อทั้งปวงผู้มีนามว่าหม้อเทพนิรันดร์ชื่อเรียกเช่นนั้นไม่เหมาะกับข้าเลย และข้าก็ไม่ได้เล็ก ไม่ว่าจะที่ใดก็ตาม เมื่อถึงตอนนั้นแล้วแม่นางผู้เป็นที่รักของข้าจะรู้เอง”
— ตึก! ตึก! —
มู่เฉียนซีถกเถียงกับหม้อเทพนิรันดร์ไปพลางขณะก้าวเดินเข้าไปในศาลาหยกขาว
นางก้าวเดินเข้าไปอย่างสบาย ๆ ราวกับว่าพลังแข็งกร้าวที่ตบพวกคนอื่น ๆ ที่พยายามจะเข้าไปหาหม้อกระเด็นออกไปนั้นไม่ได้มีอยู่เลย
อวิ๋นฮุ่ยริษยาจนแทบคลั่ง บัดซบดีแท้! เพียงเพราะนางผู้นั้นใบหน้างาม เจ้าหม้อนั่นจึงยอมให้เข้าใกล้ แต่นางกลับถูกไล่ตะเพิด
‘เจ้าหม้อบ้า! บังอาจมาทำกันเช่นนี้ได้’
มู่เฉียนซีเข้าไปใกล้หม้อเทพนิรันนดร์ แต่มันยังคงต่อต้านไม่ให้นางแตะต้องมันอยู่เช่นเดิม มันกล่าวขึ้นว่า “ตอนนี้ข้ายังไม่ถือว่าเป็นของเจ้า เช่นนั้นแล้วเจ้าไม่สามารถแตะต้องตัวข้าได้”
มู่เฉียนซี “เจ้าว่ามาเลย ข้าจะต้องทำเช่นไรเจ้าถึงจ