ๆ!’
ร่างสีม่วงเดินเข้าไปใกล้กลุ่มคนเหล่านั้น แต่นึกไม่ถึงเลยว่าทันทีที่นางเข้าไปใกล้ คนสองกลุ่มนั้นก็ได้เผชิญหน้ากันแล้ว
“หอการค้าอันดับหนึ่งของพวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรถึงเข้ามาแย่งสมบัติล้ำค่านี้กับสำนักอวิ๋นเยียนของพวกข้า ?!”
“หากพวกเจ้าเก่งจริงก็ไปสู้กับคนของหุบเขาหมอเทวดา แล้วค่อยมาสู้กับพวกข้า”
“ข้ามีทางเลือกให้พวกเจ้าสามทาง ทางเลือกแรก พวกเจ้ามาร่วมมือกับพวกข้าแล้วต่อสู้กับคนของหุบเขาหมอเทวดา ทางเลือกที่สอง ไสหัวไปซะ อย่ามามีส่วนร่วมในการแย่งชิงสมบัติล้ำค่าในครั้งนี้ ส่วนทางเลือกสุดท้าย พวกเจ้าต้องตายด้วยน้ำมือของพวกข้า!”
ถึงแม้ว่าการแย่งชิงในครั้งนี้จะมีคนของหุบเขาหมอเทวดามาเกี่ยวข้องด้วย แต่สำนักอวิ๋นเยียนก็ยังคงอวดดีไร้เหตุผลเฉกเช่นเคย
“พวกเจ้าอย่ากล่าววาจาโอหังเกินไปหน่อยเลย ถึงอย่างไรพวกข้าก็ไม่แพ้พวกเจ้าอย่างแน่นอน” คนของหอการค้าอันดับหนึ่งกัดฟัดกรอด
นี่เป็นเพียงผู้อาวุโสที่หกของสำนักอวิ๋นเยียนและพรรคพวกเท่านั้น คนเหล่านี้ไม่ได้มาเป็นกลุ่มเดียวกับเจ้าสำนักอวิ๋นเยียน ดังนั้นคนของหอการค้าอันดับหนึ่งจึงไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวแต่อย่างใด
“หอการค้าอันดับหนึ่งของพวกเจ้าช่างไม่รู้จักอะไรควรอะไรไม่ควรเอาเสียเลย พวกเรา ลงมือ!”
— ปัง! —
ทั้งสองฝ่ายเริ่มลงมือต่อสู้กัน ความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายนั้นไม่ได้แตกต่างกันมากนัก
“อู๋ตี้ ลอบเข้าไปจัดการพวกมันสักหน่อยสิ” มู่เฉียนซีกระซิบพลางพยัก