อด เจ้าก็เห็น ๆ กันอยู่”
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “เจ้าคิดว่าข้ามาเพื่อฆ่าเจ้าอย่างนั้นรึ ?”
“มาที่นี่แล้วไม่ฆ่าข้า แล้วเจ้าจะมาทำไมเล่า ?”
“อย่ายอกย้อน เจ้าตอบคำถามข้าสักสองสามคำถาม แล้วข้าจะคิดอีกทีว่าจะฆ่าเจ้าหรือไม่”
เมี่ยอวิ๋นรู้สึกแปลก ๆ การจะฆ่าคนต้องยังต้องถามคำถามด้วยหรือ เขากล่าวอย่างใจเย็น “ถามคำถามของเจ้ามา”
“เจ้าคือเมี่ยอวิ๋น เป็นผู้มีที่มีอิทธิพลที่สุดในเขตทะเลอั้นเจียวใช่หรือไม่ ?” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“ใช่ ข้าอาศัยอยู่ในเขตทะเลอั้นเจียวนี้มายี่สิบปีแล้ว ถึงแม้ความแข็งแกร่งของข้าจะไม่ถือว่าแข็งแกร่งที่สุด แต่ทั่วทั้งเขตทะเลอั้นเจียวนี้ ไม่มีใครทำอะไรข้าได้ และข้าก็มีผู้รับใช้ที่ข้าไว้ใจได้”
“เช่นนั้นข้าไม่ฆ่าเจ้าแล้ว แต่เจ้าต้องรับปากว่าจะช่วยข้าอย่างหนึ่ง”
เมี่ยอวิ๋นกล่าวถามด้วยความแปลกใจระคนสงสัย “เจ้าไม่ใช่บุคคลที่สำนักอวิ๋นเยียนส่งมาให้ฆ่าข้าหรอกรึ ?”
“ข้าเหมือนคนจากสำนักอวิ๋นเยียนนักรึ ?!” มู่เฉียนซีได้ยินชื่อสำนักอวิ๋นเยียนก็โกรธขึ้นทันที ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความความรังเกียจอย่างเห็นได้ชัดเจน
เมี่ยอวิ๋น “เจ้าอายุน้อยเช่นนี้แต่กลับมีพลังวิญญาณถึงขั้นราชา หรือว่าจะมีผู้มีอำนาจอื่นในเซี่ยโจวที่สามารถบ่มเพาะอัจฉริยะที่ร้ายกาจเช่นเจ้าได้”
“ต่อให้เป็นสำนักอวิ๋นเยียนก็ไม่อาจบ่มเพาะอัจฉริยะเช่นข้าได้ ดูเหมือนว่าเจ้าจะมองสำนักอวิ๋นเยียนสูงเกินไป” มู่เฉียนซีเก็บกระบี่มังกรเพล